
แอปเปิลกับการส่งเสริมลงทุนไอร์แลนด์ (จบ)
เห็นได้จากตัวเลขของ IMF มีรายได้สูงถึง 45,888 เหรียญสหรัฐ/ปี มากกว่ากรณีของเยอรมนี 41,513 เหรียญสหรัฐ ฝรั่งเศส 41,141 เหรียญสหรัฐ/ปี สหราชอาณาจักร 38,589 เหรียญสหรัฐ/ปี
เห็นได้จากตัวเลขของ IMF มีรายได้สูงถึง 45,888 เหรียญสหรัฐ/ปี มากกว่ากรณีของเยอรมนี 41,513 เหรียญสหรัฐ ฝรั่งเศส 41,141 เหรียญสหรัฐ/ปี สหราชอาณาจักร 38,589 เหรียญสหรัฐ/ปี
กรณีของแอปเปิล ได้เข้ามาก่อตั้งสำนักงานและโรงงานในประเทศไอร์แลนด์เมื่อปี 2523 โดยได้รับสิทธิและประโยชน์ส่งเสริมการลงทุน โดยยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 10 ปี
เมื่อสิ้นสุดระยะเวลายกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเมื่อปี 2533 แอปเปิลไม่สามารถต่ออายุได้ เนื่องจากสหภาพยุโรปได้กำหนดหลักเกณฑ์ในเวลาต่อมา โดยห้ามประเทศสมาชิกให้สิทธิและประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล
แต่ บริษัท แอปเปิล กลับยังคงเสียภาษีเงินได้ในไอร์แลนด์ในอัตราต่ำมากต่อไปอีกอย่างน่าสงสัย โดยรายงานคณะกรรมาธิการได้คำนวณว่าเสียภาษีในอัตราเพียงแค่ 2% ของกำไรเท่านั้น จึงมีการกล่าวหาว่าน่าจะมีข้อตกลงลับๆ ระหว่างแอปเปิลกับรัฐบาลไอร์แลนด์เกี่ยวกับวิธีการคำนวณภาษีให้เป็นคุณแก่บริษัท แต่รัฐบาลไอร์แลนด์ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาข้างต้น
จากที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราต่ำมาก ทำให้มีการโอนกำไรจำนวนมากไปยังบริษัทลูกในไอร์แลนด์ โดยมีการคำนวณว่าแอปเปิลมีพนักงานในไอร์แลนด์ 4,000 คน คิดเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 4% ของจำนวนพนักงานทั่วโลก แต่กำไรของบริษัทลูกในไอร์แลนด์เป็นสัดส่วนมากถึง 65% ของกำไรทั่วโลก
ทั้งนี้ ในช่วงที่เริ่มต้นกิจการแอปเปิลได้กำหนดให้บริษัทลูกในไอร์แลนด์ร่วมลงทุนกับบริษัทแม่ในด้านวิจัยและพัฒนา โดยรายได้จากสินทรัพย์ทางปัญญาที่อยู่นอกประเทศสหรัฐ กำหนดจะเป็นของบริษัทลูกในไอร์แลนด์
อนึ่ง ปัจจุบันบริษัทลูกของแอปเปิลในไอร์แลนด์มีเงินสดมากถึง 1,020 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากถึง 3 ล้านล้านบาท แต่ยังไม่สามารถจ่ายปันผลมายังบริษัทแม่ในสหรัฐได้ เนื่องจากจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของสหรัฐในอัตราสูงถึง 35%
ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเงินก้อนนี้อยู่ในสหรัฐอยู่แล้ว โดยฝากอยู่ในธนาคารที่นครนิวยอร์ก
สำหรับในกลุ่ม AEC แล้ว ประเทศที่คล้ายคลึงกับไอร์แลนด์มากที่สุด คือ สิงคโปร์ เนื่องจากมีการเก็บภาษีในอัตราต่ำเพียง 17% กฎระเบียบเป็นมิตรต่อการดำเนินธุรกิจ ไม่จุกจิกกวนใจ ประชาชนพูดอังกฤษได้ดี
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสิงคโปร์ให้สิทธิและประโยชน์ด้านภาษีอากรในระดับสูงกรณีต่างชาติจะมาตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศ
ดังนั้น จึงนับว่าเป็นกรณีศึกษาสำคัญของประเทศไทย ที่ในระยะที่ผ่านมาแม้เคยพยายามจะแข่งขันกับสิงคโปร์ในการเป็นศูนย์กลางทางธุรกิจของภูมิภาคมาหลายครั้ง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จแต่อย่างใด







