
แนวโน้มที่อยู่อาศัยกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป (จบ)
นับจากนี้ไปอีก 3 ปีข้างหน้า ผู้หญิงจะมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจ จากภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัด ผลักดันให้ผู้หญิงต้องออกมาทำงาน สังคมลดการแบ่งแยกหรือกีดกันทางเพศ พร้อมเปิดกว้างให้ผู้หญิงได้แสดงความสามารถ ซึ่งในยุคนี้พวกเธอจะประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่าแต่ก่อน กลุ่มสาวโสดวัยทำงาน จะกลายเป็นผู้ที่มีการใช้จ่ายต่อคนมากที่สุด และทุกนาทีของพวกเธอจะมีค่า เพราะสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลให้มีภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น พวกเธอจึงต้องการบ้านที่เอื้ออำนวยความสะดวก ดูแลรักษาง่าย มีความปลอดภัย และสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้ในระยะเวลาอันสั้น
นับจากนี้ไปอีก 3 ปีข้างหน้า ผู้หญิงจะมีบทบาทมากขึ้นในการตัดสินใจ จากภาวะเศรษฐกิจที่บีบรัด ผลักดันให้ผู้หญิงต้องออกมาทำงาน สังคมลดการแบ่งแยกหรือกีดกันทางเพศ พร้อมเปิดกว้างให้ผู้หญิงได้แสดงความสามารถ ซึ่งในยุคนี้พวกเธอจะประสบความสำเร็จมากขึ้นกว่าแต่ก่อน กลุ่มสาวโสดวัยทำงาน จะกลายเป็นผู้ที่มีการใช้จ่ายต่อคนมากที่สุด และทุกนาทีของพวกเธอจะมีค่า เพราะสถานการณ์ปัจจุบันส่งผลให้มีภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น พวกเธอจึงต้องการบ้านที่เอื้ออำนวยความสะดวก ดูแลรักษาง่าย มีความปลอดภัย และสามารถเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ได้ในระยะเวลาอันสั้น
กลุ่มที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ (กลุ่มที่ซื้อบ้านเป็นครั้งแรก) จะเป็นคนหนุ่มสาวที่เคยอยู่อพาร์ตเมนต์มาก่อน เนื่องจากต้องเดินทางเข้ามาทำงานในเมือง จึงต้องการที่อยู่อาศัยใกล้กับสถานที่ทำงาน และบางคนที่เคยอาศัยอยู่กับพ่อแม่ ก็ต้องการแยกครอบครัว วางแผนแต่งงาน หรือสร้างครอบครัวใหม่ ซึ่งก็จะมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับประเทศไทย (ในสหรัฐอเมริกากลุ่มนี้มีสัดส่วนสูงถึง 30% ของตลาดทีเดียวค่ะ)
นอกจากนี้ จากกระแสที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความใส่ใจ และตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นนั้น โครงการที่อยู่อาศัยไม่ว่าจะเป็นบ้านหรืออาคารชุด ต่างก็ชูแนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Product) ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักแสดงออกมาในรูปแบบของการเลือกใช้วัสดุก่อสร้าง ชุมชนน่าอยู่ที่แวดล้อมไปด้วยพื้นที่สีเขียว และนวัตกรรมประหยัดพลังงาน ฯลฯ ถึงแม้ว่าผู้บริโภคยังให้ความสนใจ แต่ก็ไม่ถึงขนาดที่ทำให้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ดังนั้น หากมีผู้ประกอบการท่านใดสนใจจะพัฒนาโครงการประเภทนี้ ก็ยังสามารถทำได้ แต่ก็ต้องระวังไม่ให้กลายเป็นภาระต้นทุนกับการพัฒนามากจนเกินไปนะคะ
แม้การศึกษาดังกล่าวเป็นแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่ก็มีความคล้ายคลึงกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างมาก ในยุคที่ระบบเศรษฐกิจยังมีความเปราะบาง การเมืองขาดเสถียรภาพ แต่สังคมและเทคโนโลยีกลับมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วด้วยกระแสวัตถุนิยม ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคให้ได้อย่างแท้จริง







