posttoday
จี้รัฐยกส่งออกวาระแห่งชาติ

จี้รัฐยกส่งออกวาระแห่งชาติ

31 พฤษภาคม 2556

สภาเรือฯห่วงบาทแกว่งได้อีกทุบออร์เดอร์ อ้อนรัฐตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ

สภาเรือฯห่วงบาทแกว่งได้อีกทุบออร์เดอร์ อ้อนรัฐตั้งกองทุนเพิ่มขีดความสามารถ

สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือจี้รัฐยกส่งออกเป็นวาระแห่งชาติ คงเป้าเดิม 4.92% เสนอตั้งกองทุนช่วย

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า สรท.มีความกังวลต่อทิศทางของค่าเงินบาทที่จะส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก แม้คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% โดยมองว่า อัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ไม่น่าส่งผลต่อเงินทุนไหลเข้าและค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจเกิดความเสี่ยงด้านความผันผวนของค่าเงินบาท และค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าอีก

ดังนั้น สภาผู้ส่งออกฯ จึงยังคงตัวเลขคาดการณ์การส่งออกปีนี้ว่าจะขยายตัวไม่มากนัก โดยยังยืนยันตัวเลขคาดการณ์การส่งออกทั้งปี 2556 อยู่ที่ 4.92% ตามการคาดการณ์เดิม แม้ว่ากระทรวงพาณิชย์จะปรับลดเป้าหมายการส่งออกปีนี้มาอยู่ที่ 7-7.5% จากเป้าหมายเดิมที่ 8-9%

นายนพพร กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลควรหันมายกระดับการแก้ไขปัญหาการส่งออกโดยจัดเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งทาง สรท.เตรียมทำสมุดปกขาวถึงรัฐบาล เพื่อพิจารณาจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ส่งออกวงเงินกว่าแสนล้านบาท เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยอยู่ระหว่างศึกษาที่มาของเงินว่าควรนำมาจากไหน ซึ่งรูปแบบจะคล้ายกับที่รัฐบาลนำไปช่วยเหลือธุรกิจหลายประเภท เช่น โครงการรับจำนำข้าว หรือสินค้าเกษตรอื่นๆ

ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วน จะต้องจัดสรรเงินประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท มาช่วยเหลือเรื่องการประกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับผู้ส่งออก เพื่อให้ค่าเงินอยู่ในระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

นายนพพร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สรท.มองว่า การส่งออกในปีนี้ยังมีแนวโน้มที่จะลดลงได้อีกจากเงินบาทที่แข็งค่า แม้ว่าปัจจุบันค่าเงินบาทจะกลับมาอยู่ที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐแล้ว แต่ก็ยังเป็นอัตราที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง นอกจากนี้ อัตราแลกเปลี่ยนยังมีแนวโน้มที่ผันผวน สังเกตได้จากการแข็งค่าจาก 28 บาทต่อเหรียญสหรัฐกลับมาอยู่ที่ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ภายใน 1 เดือน ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ QE ของกลุ่มประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจ3 ประเทศ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นทำให้จีนเตรียมออกมาตรการเพื่อสกัดเงินทุนไหลเข้า หลังพบว่า ค่าเงินหยวนในปีนี้แข็งค่าแล้ว 1.6% จากปีที่แล้วทั้งปีแข็งค่า 1% ขณะที่ทางการไทยยังไม่มีความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเท่าที่ควร

อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของค่าเงินบาทในช่วงเดือน เม.ย. จะยังไม่ส่งผลต่อการส่งออกเดือน พ.ค. ขณะที่ความต้องการในตลาดหลัก ทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ยังไม่ชัดเจน ส่วนตลาดญี่ปุ่นยังคงชะลอตัวจากมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณทำให้การส่งออกของไทยไปญี่ปุ่นปีนี้ มีแนวโน้มติดลบ 2.15%สำหรับรายงานมูลค่าการส่งออกเดือนเม.ย. 2556 เพิ่มขึ้น 10.52% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1.8 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อเปรียบเทียบในรูปเงินบาท เพิ่มขึ้นเพียง 5. 97% โดยมีมูลค่ากว่า 5.43 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการแข็งค่าของเงินบาท เมื่อเทียบกับเงินสกุลหลัก แต่

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค