posttoday
ลงทุนหุ้นตามสไตล์เอ็มดี ECL

ลงทุนหุ้นตามสไตล์เอ็มดี ECL

31 พฤษภาคม 2556

“ดนุชา วีระพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง (ECL) ลงทุนมากว่า 20 ปี

“ดนุชา วีระพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตะวันออกพาณิชย์ลีสซิ่ง (ECL) ลงทุนมากว่า 20 ปี

เขาเคยขาดทุนเมื่อ 20 ปีที่แล้วช่วงเริ่มลงทุน โดยการขอเงินบิดาประมาณ 23 หมื่นบาท แต่ลงทุนผิดไปซื้อหุ้นบริษัทที่ต้องปิดตัวลง บทเรียนครั้งนั้นทำให้รู้ว่าจะต้องเลือกหุ้นที่รู้จักจริงและปัจจัยพื้นฐานดี

พอร์ตการลงทุนของ “ดนุชา” แบ่งเป็นการลงทุนเอง 20% และให้ผู้จัดการกองทุนบริหารผ่านกองทุนรวม 80% เนื่องจากรู้ว่าเป็นคนที่รับความเสี่ยงได้จำกัดด้วยวัย 44 ปีแล้ว

เขาจำกัดลงทุนในหุ้นไทยหรือกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้นไทยและเอเชียแปซิฟิก เพราะเชื่อว่ามีไข่ในตะกร้าน้อยดีกว่ากระจายไปทั่วโลก เพราะหากมีเหตุการณ์ที่เกิดแบบไม่คาดคิดจะทำให้ปรับตัวไม่ทัน

เขาจะดูอันดับเครดิตกองทุนในมอร์นิ่งสตาร์อยู่เป็นประจำ เพราะการที่ซื้อกับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เป็นการช่วยกรองสินค้ากว่า 500 ชิ้นให้เรียบร้อยแล้วว่าตัวไหนแพงหรือถูก

ปัจจุบันเขาเลือกซื้อกองทุนจากบริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งที่มีการบริการสามารถปรับพอร์ตกองทุนให้ได้ตามต้องการ

ในพอร์ตลงทุนของ “อนุชา” มักมีกองทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน บลจ.ยูโอบี และ บลจ.แมนูไลฟ์ ซึ่งตั้งแต่ต้นปี 2556 เป็นต้น ผลตอบแทนการลงทุนพอร์ตอยู่ที่ 37%

ทั้งนี้ หลักในการเลือกหุ้นส่วนใหญ่มาจากหุ้นที่อยู่ใกล้ตัวกับชีวิตประจำวันอย่างบริษัท บีอีซี เวิลด์ (BEC) บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท การบินไทย (THAI) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงเทพ (BBL) และ บริษัท เอ็ม บี เค (MBK)

“การที่จะลงทุนอะไรเราควรเข้าใจในธุรกิจนั้น ง่ายสุดคือเลือกจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวแล้วเราสัมผัสกับมันได้ง่าย ผมจะไม่ลงทุนในสิ่งที่ผมไม่มีวันเข้าใจ อย่างพลังงานทดแทนหรือก่อสร้าง เพราะเชื่อว่าถ้าเราไม่มีเวลาตามข่าว เราไม่รู้วงจรอุตสาหกรรม เราก็จะตามไม่ทันคนอื่น เพราะไม่มีเวลามานั่งดูหน้าจอหุ้น”

เขาเน้นลงทุนระยะยาว เพราะเชื่อว่าถ้าซื้อจำนวนมากและถือนานเท่าไรก็จะได้อัตราผลตอบแทนจำนวนมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าพอร์ตการลงทุนจะติดลบไม่ได้ ซึ่งหากเห็นราคาลงก็ต้องดูว่าลงเพราะปัจจัยพื้นฐานหรือจิตวิทยา ลงแต่ลงน้อยกว่าตลาดหรือไม่ พร้อมกับเลือกหุ้นที่มีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง เพราะหากเวลาหุ้นตกแม้จะไม่ได้ส่วนต่างราคาหุ้นแต่ก็ยังจะได้เงินปันผล

“ปกติจะตั้งเป้าหมายไว้หากสิ่งที่ลงทุนทำขาดทุน 10% ก็พยายามขายตัดขาดทุนไป แต่ก็เป็นส่วนน้อยเนื่องจากจะมีการเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานตั้งแต่แรก และแม้จะเลือกการลงทุนระยะยาวแต่ก็จะมีการดูอันดับพอร์ตการลงทุนทุกวัน เพื่อดูว่าชนะหรือน้อยกว่าตลาด แต่ก็ใช่ว่าจะต้องปรับพอร์ตทุกวันรู้เพื่อไหวตัวและพร้อมที่จะปรับทันสถานการณ์ในยามจำเป็นมากกว่า”

ตอนนี้เขาเห็นลูกชายคนโตวัย 14 ปี กำลังสนุกกับเกมทดลองการลงทุนเสมือนจริง ซึ่งรู้สึกดีที่เขาชอบเพราะสมัยเราไม่มีเรียน ไม่มีตัวช่วยอย่างนี้ ขณะที่หลักสูตรการเรียนของไทยก็ยังไม่มี

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค