
ฮาลาลแข่งขันเดือด
มาเลย์ชูพื้นที่เฉพาะเอื้อลงทุนต่างชาติผนึกกำลังไทยผลักดันตลาดโต
มาเลย์ชูพื้นที่เฉพาะเอื้อลงทุนต่างชาติผนึกกำลังไทยผลักดันตลาดโต
อาเซียนแข่งเดือดอุตฯฮาลาล มาเลเซียงัด “ฮาลาล ปาร์ค” เอื้อนักลงทุน พร้อมผนึกไทยขยายตลาด
น.ส.วิชาดา ภาบรรเจิดกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เปิดเผยว่า มาเลเซียกำลังเร่งดึงดูดนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมสินค้าฮาลาล เพื่อให้ประเทศเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลโลก จึงได้เตรียมพื้นที่สำหรับการลงทุนอุตสาหกรรมฮาลาลคือ ฮาลาล ปาร์ค ไว้ 21 แห่งทั่วประเทศ ให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่นักลงทุนต่างชาติ
“แม้มาเลเซียจะมีชาวมุสลิมจำนวนมาก แต่มีจุดอ่อนคือวัตถุดิบ การเปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมฮาลาลจะทำให้มาเลเซียมีแหล่งวัตถุดิบมากขึ้น และกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมฮาลาลโลกได้ตามที่ตั้งใจ” น.ส.วิชาดา กล่าว
ฮาลาล ปาร์ค เปิดให้ผู้ประกอบการเข้าไปลงทุนแล้ว 9 แห่ง โดยผู้ลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีนิติบุคคลเป็นระยะเวลาหนึ่ง และได้รับการยกเว้นภาษีเครื่องจักร นอกจากนี้ ยังเป็นอุตสาหกรรมที่ชาวต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ 100% อีกด้วย
ขณะเดียวกัน มาเลเซียกำลังเจรจากับไทยเพื่อจัดตั้งสมาคมมาเลเซียไทยฮาลาล ขึ้น โดยมีภาคธุรกิจขับเคลื่อนและภาครัฐคอยสนับสนุน เพื่อสร้างความร่วมมือในอุตสาหกรรมฮาลาลที่มาเลเซียมีมูลค่าส่งออกปีละกว่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และไทยมีมูลค่าปีละกว่า 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้เติบโตขึ้น ผ่านการทำโปรโมชั่นร่วมกันและสร้างมาตรฐานฮาลาลอาเซียน
สำหรับไทยได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจสินค้าฮาลาลแห่งชาติขึ้นแล้ว จึงถือเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการทุกระดับที่จะส่งออกและลงทุนในอุตสาหกรรมสินค้าฮาลาล
ด้าน น.ส.บุณิกา แจ่มใส ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ สิงคโปร์ กล่าวว่า สิงคโปร์มองว่าตลาดมุสลิมเป็นตลาดใหญ่ทั้งในอาเซียนและตลาดโลก อย่างไรก็ตาม สิงคโปร์ไม่มีพื้นที่และปัจจัยการผลิตอื่นๆ เพียงพอต่อการดำเนินการอุตสาหกรรมสินค้าฮาลาลด้วยตัวเอง จึงได้มอบหมายให้ MUIS ซึ่งเป็นหน่วยงานดูแลเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามของสิงคโปร์เป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานฮาลาลระดับโลก
“สิงคโปร์ไม่ต้องลงทุนเอง ไม่ใช้พื้นที่ ไม่ต้องใช้วัตถุดิบมาก แต่การชูภาพลักษณ์หน่วยงานภายในว่าสามารถรับรองมาตรฐานสินค้าฮาลาลเป็นที่ยอมรับในระดับสากล จะทำให้สิงคโปร์ได้รับค่าตรวจรับรองมาตรฐานสินค้าฮาลาลจากทั่วโลก” น.ส.บุณิกา กล่าว







