
แนะเอสเอ็มอีกล้าบุกตลาด
กระตุ้นผู้ประกอบการโรดโชว์อาเซียนขยายมาร์เก็ตแชร์แทนสหรัฐยุโรป
กระตุ้นผู้ประกอบการโรดโชว์อาเซียนขยายมาร์เก็ตแชร์แทนสหรัฐยุโรป
มหาวิทยาลัยหอการค้า ย้ำผู้ประกอบการต้องเลิกกลัว เปลี่ยนสู่สมาร์ทเอสเอ็มอี พร้อมบุกตลาดอาเซียนแนะทำ 3 ข้อสู่สมาร์ทเอสเอ็มอี ชี้ตลาดอินโดน่าสน ขยายฐานสู่ตลาดโลกง่าย
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหา วิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ในการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องอย่าลังเล เพราะเป็นโอกาสทางธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคตของผู้ประกอบการทุกราย หากต้องการให้ธุรกิจอยู่รอดต้องเลิกกลัวและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง
“สังเกตว่าแบรนด์สินค้าบางชนิด เช่น ลูกอมโบตัน เมื่อก่อนใช้แพ็กเกจจิ้งสีเขียว เข้ม ใช้จุดขายผลิตภัณฑ์รสชาติขมชุ่มคอ แล้วก็คงเอกลักษณ์นั้นไว้มานาน แต่ปัจจุบันโบตันกล้าเปลี่ยนตัวเองจนแพ็กเกจจิ้งสีสันสดใส แถมยังมีรสชาติแปลกใหม่ เป็นการทำการตลาดที่เป็นปัจจุบันมากขึ้น” นายธนวรรธน์ กล่าว
ทั้งนี้ เอสเอ็มอีต้องเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสมาร์ทเอสเอ็มอี เหมือนตลาดโทรศัพท์มือถือปัจจุบันที่ปรับตัวเองเปลี่ยนเป็นสมาร์ทโฟน โดยแนวทางการปรับมีเรื่องต้องทำ 3 ข้อ คือ 1.ศึกษาองค์ความรู้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตัวเองและธุรกิจสมัยใหม่ เช่น โมเดิร์น มาร์เก็ตติ้ง เพื่อให้ตัวเองมีความพร้อมในการทำธุรกิจ มีฐานข้อมูลที่เป็นประโยชน์
2.ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตั้งมั่นบนฐานคุณธรรม ขณะเดียวกันต้องพัฒนาสินค้าของตัวเองให้ได้มาตรฐานสากล ทั้งมาตรฐานสิ่งแวดล้อม มาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม รวมถึงมาตรฐานไอเอสโอ 3.ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก เสมือนลูกค้าเป็นพระเจ้า
ดังนั้น การก้าวสู่อาเซียนยังเป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการเติบโตไปอย่างยั่งยืน มีกำไรสูงขึ้น และมีต้นทุนการผลิตต่ำลง การบุกตลาดอาเซียนและเข้าร่วมโรดโชว์ยังประเทศต่างๆ เป็นประจำยังเป็นช่องทางให้มีสัดส่วนการถือครองตลาด (มาร์เก็ตแชร์) สูงขึ้นด้วย
สำหรับประเทศที่น่าสนใจเปิดตลาดประเทศหนึ่งในอาเซียน คือ อินโดนีเซีย เนื่องจากเป็นตลาดใหญ่ที่มีประชากรมากถึงกว่า 200 ล้านคน มีกำลังทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับ 14 ของโลก หากสามารถเจาะฐานตลาดและตั้งฐานการลงทุน โดยเฉพาะมีสินค้าที่เจาะกลุ่มชาวมุสลิมได้ อินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่ช่วยขยายสู่ทั้งตลาดอาเซียนและตลาดโลก
ปัจจุบันภาพรวมสัดส่วนตลาดส่งออกของอาเซียนถือว่าเติบโตขึ้นมากในช่วง 20 ปี จากเดิมที่สัดส่วนการส่งออกหลักของไทยในปี 2535 อยู่กับตลาดตะวันตก มีสัดส่วนอยู่กับอาเซียนเพียง 13.8% แต่ปี 2555 เพิ่มขึ้นเป็น 24.7% และในอนาคตจะเป็นตลาดที่ผู้ส่งออกละเลยไม่ได้ เพราะตลาดยุโรปยังไม่ฟื้นในช่วง 57 ปี สหรัฐยังไม่ฟื้นในอีก 35 ปี การเติบโตของเศรษฐกิจจะยังอยู่ในกลุ่มอาเซียนบวก 6 เป็นหลัก







