
กสิกรฯดึงเซเล็บเปิดบัญชี
ตั้งเป้า20คนเข้าอบรมการลงทุนตลาดทุนปีนี้หวังลูกค้ารายใหม่1.8หมื่นบัญชี
ตั้งเป้า20คนเข้าอบรมการลงทุนตลาดทุนปีนี้หวังลูกค้ารายใหม่1.8หมื่นบัญชี
บล.กสิกรไทย เปิดศึกบัญชีใหม่ ดึงดาราทายาทธุรกิจอบรมการลงทุน หวังเป็นลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ก
นายประสงค์ รุ่งสมัยทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การตลาด บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย (KSMACQ) เปิดเผยว่า วันที่ 29 พ.ค. 2556 บริษัทเปิดตัวโครงการเคเอส เดอะยังเติร์ก อินเวสเตอร์ ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 4 เพื่อสร้างนักลงทุนหน้าใหม่ โดยตั้งเป้าจะมีผู้สมัครจำนวน 9,000 คน จากปีก่อนกว่า 3,000 คน เพื่อคัดเลือกเหลือ 200 คน เพื่อเข้าอบรมเรื่องการลงทุน
สำหรับปี 2556 จะมีความพิเศษตรงที่มีบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งจากวงการบันเทิง และทายาทนักธุรกิจชั้นนำที่เป็นลูกค้าไฮเน็ตเวิร์กของธนาคารกสิกรไทยอยู่แล้ว (เซเลบริตี้) เข้าร่วมโครงการยังเติร์กด้วย ที่จัดขึ้นมาพิเศษเพียง 1 วัน คือ 20 ส.ค.นี้เพื่อมาอบรมเรื่องการลงทุนตลอดทั้งวัน โดยบริษัทตั้งเป้าหมายไว้ถึง 20 คน และปัจจุบันมีการตอบรับร่วมโครงการแล้ว 9 คน อาทิ นายวรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์ หรือน็อต นายอรรฆรัตน์ นิติพน หรือก้อง นายสุพจน์ จันทร์เจริญ หรือลิฟท์ นางยุวดี บุญครอง นายตระการ พันธุมเลิศรุจี
“ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาบริษัทเปลี่ยนกลยุทธ์ภายใน ซึ่งหลังจากมีฐานแบ่งลูกค้าตามเงินฝากหรือบริหารเงินจากธนาคารกสิกรไทยแล้ว เราจะมาทำการตลาดแบ่งย่อยลูกค้าในเชิงไลฟ์สไตล์ของลูกค้าเป็นหลักถึง 6 กลุ่ม และหนึ่งในนั้นคือกลุ่มวงการบันเทิง หรือบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือทายาทนักธุรกิจ ซึ่งมองว่ามีศักยภาพเป็นลูกค้ากลุ่มไฮเน็ตเวิร์กได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีรายได้จำนวนมาก อยากเรียนรู้เรื่องการลงทุน แต่ไม่มีเวลา” นายประสงค์ กล่าว
บริษัทจำเป็นต้องหาลูกค้ารายใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ว่าข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ปี 2555 บล.กสิกรไทย มีฐานลูกค้าที่เปิดบัญชีใหม่เป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรม คือ 8,0009,000 บัญชีก็ตาม
นายธิติ ตันติกุลานันท์ ซึ่งเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร เมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2556 กล่าวว่า การหาลูกค้ารายใหม่ในทุกกลุ่มเป้าหมายเป็นสิ่งจำเป็น เพราะในอุตสาหกรรมมีลูกค้าเปิดบัญชีใหม่เพิ่มขึ้นถึง 60% จากปีก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้น 83% โดยมาจากนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นถึง 116%
อย่างไรก็ดี ปีนี้ตั้งเป้ามีนักลงทุนหน้าใหม่มาเปิดบัญชีทั้งหมด 1.8 หมื่นบัญชี โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 4.1 หมื่นบัญชี และเน้นให้บริษัทมีกำไรสุทธิมากกว่าปีก่อน และต้องมีการบริหารงานชนะตลาดหุ้นโดยรวม เพิ่มบทวิเคราะห์ถึง 120 บริษัท ครอบคลุมในหุ้นขนาดกลางเล็กมากขึ้น







