posttoday
อัมมารหนุนรื้อเบิกค่าหมอ

อัมมารหนุนรื้อเบิกค่าหมอ

15 เมษายน 2553

 

ค่าใช้จ่ายสูงกว่าสปสช.มหาศาลศึกษาระบบการออมเพื่อสุขภาพ

โพสต์ทูเดย์ — อัมมาร หนุนระบบออมเงินให้ข้าราชการ ลดมือดีเบิกยา

ศ.อัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ จากสถาบันเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยถึงประเด็นการกำกับดูแลการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ ว่า มีความเป็นไปได้ที่จะนำระบบการออมเพื่อสุขภาพ “เมดิเซฟ” มาใช้กับข้าราชการร่วม 4 ล้านคน เพื่อลดภาระค่ารักษาพยาบาลปีละกว่า 67 หมื่นล้านบาท โดยรัฐบาลได้อนุมัติงบ 11 ล้านบาท ศึกษารายละเอียดระบบการออมเพื่อสุขภาพแล้ว

ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารปฏิรูปประเทศไทยได้รายงานข้อคิดเห็นของ ศ.อัมมาร ว่า ระบบสวัสดิการสำหรับข้าราชการประเทศไทยต้องปรับปรุง จำนวนคนแค่ 4 ล้านคน แต่มีค่ารักษาสูงกว่า 6 หมื่นล้านบาท แต่ระบบการรักษาพยาบาลของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ดูแลคน 40 ล้านคน ใช้เงิน 9 หมื่นล้านบาท จึงจำเป็นต้องพยายามลดค่าใช้จ่าย หรือนำค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาสร้างประโยชน์ให้ข้าราชการ

ศ.อัมมาร กล่าวว่า เม็ดเงิน 6 หมื่นล้านบาท จากจำนวนข้าราชการ กว่า 4 ล้านคน จะตกคนละ 1.2 หมื่นบาทต่อหัวต่อปี แต่ได้รับงบจากสำนักงบประมาณเพียง 2,400 บาท ทำให้ต้องคิดกันว่าทำไมไม่นำเงินส่วนนี้มอบให้ข้าราชการแล้วนำเข้ากองทุนเพื่อให้ข้าราชการไปซื้อหลักประกันสุขภาพเอง แล้วเงินส่วนที่เหลือก็ยังคงเก็บออมไว้

ศ.อัมมาร ชี้แจงว่า ระบบเมดิเซฟมาจากรัฐบาลสิงคโปร์ที่ได้มีการบังคับให้ประชาชนออมทรัพย์ หรือว่าบังคับประมาณ 3040% ของเงินเดือนที่ต้องเก็บเข้าเป็นเงินออม และเงินออมนั้นสามารถนำไปใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ เช่น เอาไปใช้ซื้อบ้าน ที่อยู่อาศัย ต่อมาได้แยกการเก็บเงินออกมาประมาณ 79% ไว้สำหรับค่ารักษาพยาบาล

ขณะที่ประเทศไทยนั้นเงินเดือนของข้าราชการน้อยมาก จึงกำหนดให้ข้าราชการออมเงินไว้ โดยรัฐบาลต้องแถมให้อีกปีละ 1.2 หมื่นบาท ประมาณเดือนละ 1,000 บาท เพื่อใช้เป็นเงินออม แต่ไม่ใช่เป็นเงินสด แต่จะให้เป็นโอนเข้าบัญชีเงินออมไว้แต่ละคนเพื่อใช้สำหรับประกันสุขภาพ ให้รู้เอาไว้ว่าเงินส่วนนี้เป็นเงินส่วนตัวที่สามารถใช้ได้และมี ความเป็นเจ้าของ เวลาเสียชีวิตสามารถใช้เป็นมรดก หากใช้หมดแล้วก็ต้องจ่ายเอง

ทั้งนี้ ข้อดีคือ ทุกคนจะรู้สึกว่าเงินส่วนนี้เป็นของตัวเอง เพราะเวลานี้ข้าราชการเข้าไปรับการรักษาพยาบาลไม่ได้คำนึงถึงค่ารักษาเพียงจ่ายยามาเก็บไว้ และอยากได้ยา วิตามิน หรือยาบำรุงกำลัง ทางโรงพยาบาลก็เบิกบัญชียาให้ ซึ่งก็นำไปเบิกค่ารักษาพยาบาลที่กรมบัญชีกลาง พอมีการให้เก็บด้วยตนเองจะเริ่มคิดว่าควรเริ่มเก็บไว้ใช้ในอนาคตเพื่อลดค่าใช้จ่ายของตัวเอง

สำหรับข้อเสียคือ รัฐบาลมีต้นทุนสูงมาก เพราะต้องจ่ายเงินเพิ่มแก่ข้าราชการแต่ละปี และต้องพิจารณาถึงภาระที่ข้าราชการต้องรับผิดชอบด้านสุขภาพแก่บิดา มารดา ภรรยา และบุตรด้วย

อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องมีการศึกษาให้ชัดเจน คือ การรวม 3 กองทุน คือ ประกันสังคม ประกันสุขภาพ และสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการ เข้ามาเป็นกองทุนเดียวกันซึ่งจะเป็นการปฏิรูประบบสวัสดิการในอนาคต

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน