posttoday
อยากวางแผนการเงิน...เริ่มอย่างไรดี(จบ)

อยากวางแผนการเงิน...เริ่มอย่างไรดี(จบ)

29 พฤษภาคม 2556

ตอนที่แล้ว เราพูดถึงแนวคิดเบื้องต้นของการเริ่มวางแผนการเงินว่าควรเริ่มต้นอย่างไร และกล่าวถึงกรณีศึกษาเพื่อวิเคราะห์ตนเองในเรื่องการวิเคราะห์ฐานะการเงินไปแล้ว ในตอนนี้จะขอต่อด้วยเรื่องราวที่ยังคงเหลืออยู่ต่อค่ะ

ตอนที่แล้ว เราพูดถึงแนวคิดเบื้องต้นของการเริ่มวางแผนการเงินว่าควรเริ่มต้นอย่างไร และกล่าวถึงกรณีศึกษาเพื่อวิเคราะห์ตนเองในเรื่องการวิเคราะห์ฐานะการเงินไปแล้ว ในตอนนี้จะขอต่อด้วยเรื่องราวที่ยังคงเหลืออยู่ต่อค่ะ

2.การวิเคราะห์กระแสเงินสด หรือความเข้าใจแบบง่ายๆ คือ ดูภาพรายรับรายจ่ายของตนเอง ซึ่งจะทำให้เราได้เห็นว่าจากรายได้ที่มี เราใช้จ่ายเงินที่เราหามาได้นั้นอย่างไร เป็นสัดส่วนเท่าไร บางครั้งอาจทำให้เราตกใจได้เลยค่ะว่าทำไมรายจ่ายเยอะจังเลย!!!

จากรูปจะเห็นได้ว่าคุณฮาร์ทมีรายได้ในปี 2555 จำนวน 2 ล้านบาท มีรายจ่ายที่เป็นค่าใช้จ่ายผันแปร (ค่าอาหาร เสื้อผ้า สาธารณูปโภคต่างๆ ฯลฯ) จำนวน 9 แสนบาท คิดเป็นสัดส่วน 45% ของกระแสเงินสดรับรวม จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันสังคม เบี้ยประกัน ฯลฯ) จำนวน 1 แสนบาท (7.25%) ทำให้เหลือเงิน 1 ล้านบาท คิดเป็น 50% ของรายรับรวม

3.อัตราส่วนทางการเงิน ซึ่งจะทำให้ท่านได้ทราบถึงสถานการณ์ด้านที่สำคัญต่างๆ คือ

ด้านสภาพคล่อง หมายถึงมีโอกาสที่เงินจะไม่พอใช้ในขณะใดขณะหนึ่งหรือไม่

ด้านภาระหนี้สิน หมายถึงมีโอกาสในการที่จะไม่สามารถชำระหนี้และดอกเบี้ยคงค้างได้ตามกำหนดหรือไม่

ด้านการออมและการลงทุน หมายถึงมีสัดส่วนการออมและการลงทุนที่เหมาะสมอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่

สรุปผลการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงิน

คุณฮาร์ทมีอัตราส่วนสภาพคล่องสูงมาก ดังนั้นจึงมีโอกาสในการขาดสภาพคล่องต่ำ ซึ่งหมายถึงการมีเงินหมุนเวียนที่ดีในปัจจุบัน แต่การมีสภาพคล่องสูงเกินความจำเป็นแบบคุณฮาร์ทก็จะส่งผลให้เสียโอกาสในการนำเงินไปลงทุนในหลักทรัพย์อื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า และเสียโอกาสในการเพิ่มความมั่งคั่งให้ครอบครัว

ด้านหนี้สิน คุณฮาร์ทมีสัดส่วนภาระหนี้ค่อนข้างต่ำ ซึ่งหนี้ส่วนใหญ่คือหนี้เงินกู้ยืมจากพี่ชาย และมีหนี้คงค้างจากบัตรเครดิตบ้างเป็นจำนวนไม่สูง ดังนั้นจึงมีโอกาสในการผิดนัดชำระหนี้น้อยมาก

ด้านการออม มีสัดส่วนการออมที่ดี คิดเป็นสัดส่วน 50% ของรายได้รวม แสดงว่ามีวินัยในการออมที่ดี ในขณะเดียวกันอัตราส่วนการลงทุนมีสัดส่วนเพียง 4.1% ของความมั่งคั่งสุทธิ ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดมาก ซึ่งส่งผลต่อการเสียโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว

จากตัวอย่างข้างบนจะเห็นได้ว่าสถานการณ์ทางการเงินเป็นสิ่งที่ต้องวิเคราะห์ก่อนที่จะเริ่มต้นในการวางแผนการเงิน ซึ่งจะทำให้สามารถบอกได้ว่าปัญหาทางการเงินของท่านอยู่ที่ไหน และท่านจะต้องเลือกทำบางสิ่งบางอย่างในการที่จะแก้ปัญหาการเงินในปัจจุบัน หรือบางท่านอาจจะโชคดีเป็นบุคคลที่มีฐานะการเงินดี อย่างไรก็ตาม การวางแผนการเงินก็ยังเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นสำหรับบุคคลทุกคน เพราะจะเป็นทั้งการสร้างฐานะและปกป้องฐานะให้อยู่ยั่งยืน ส่งต่อให้กับลูกหลานหรือทายาทต่อไป ถึงตอนนี้ดิฉันคิดว่าท่านพร้อมที่จะวางแผนการเงินด้านต่างๆ ต่อไปแล้วค่ะ... n

แล้วพบกันใหม่

ด้วยรักและปรารถนาดีค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค