posttoday
ยุคทองไมซ์ไทยแห่จัดไทยแห่จัดสร้างโอกาสการค้า

ยุคทองไมซ์ไทยแห่จัดไทยแห่จัดสร้างโอกาสการค้า

27 พฤษภาคม 2556

ปี 2556 แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยโตวันโตคืนอย่างเห็นได้ชัด และธุรกิจการจัดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำรายได้กับการท่องเที่ยว ก็เติบโตสอดคล้องกับการท่องเที่ยวโดยรวม และดูเหมือนจะสดใสกว่าด้วย เพราะเมื่อไร้เหตุการณ์วุ่นวายในบ้านเมือง ผู้จัดงานระดับนานาชาติที่เคยลังเลเลือกไทยเป็นสถานที่จัดงานไมซ์ ก็เริ่มทบทวนแผนจัดงานในไทยอีกครั้ง โดยคาดว่าปีนี้อุตสาหกรรมไมซ์จะสร้างรายได้ถึง 8.95% ของรายได้ภาคท่องเที่ยว หรือคิดเป็น 0.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

ปี 2556 แนวโน้มการท่องเที่ยวไทยโตวันโตคืนอย่างเห็นได้ชัด และธุรกิจการจัดประชุม สัมมนา นิทรรศการ และการท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (ไมซ์) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำรายได้กับการท่องเที่ยว ก็เติบโตสอดคล้องกับการท่องเที่ยวโดยรวม และดูเหมือนจะสดใสกว่าด้วย เพราะเมื่อไร้เหตุการณ์วุ่นวายในบ้านเมือง ผู้จัดงานระดับนานาชาติที่เคยลังเลเลือกไทยเป็นสถานที่จัดงานไมซ์ ก็เริ่มทบทวนแผนจัดงานในไทยอีกครั้ง โดยคาดว่าปีนี้อุตสาหกรรมไมซ์จะสร้างรายได้ถึง 8.95% ของรายได้ภาคท่องเที่ยว หรือคิดเป็น 0.6% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)

อรุณ เทง ผู้จัดการทั่วไป รอยัล พารากอน ฮอลล์ มองว่า อุตสาหกรรมไมซ์ปีนี้มีแนวโน้มเติบโตดีมาก ศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ และโรงแรมทั่วไปที่รับตลาดไมซ์ มียอดจองสถานที่จัดงานแน่นทั้งปีทั่วหน้า ขณะที่ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ก็เติบโตดีเช่นกัน โดยคาดว่าปีนี้จะมีรายได้ 180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งอัตราการใช้ศูนย์ประชุมทั้งปีน่าจะปิดที่ 80% ส่วนปีที่ผ่านมามีรายได้ 165 ล้านบาท อัตราการใช้ศูนย์ประชุมทั้งปีอยู่ที่ 75% ซึ่งสัดส่วนรายได้มาจากการจัดงานระดับนานาชาติ 20% อีก 80% ยังเป็นงานในประเทศ ซึ่งงานในประเทศนั้น พบว่าเป็นกลุ่มบริษัทเอกชน 45% ราชการ 20% กลุ่มธุรกิจผู้จัดงาน 30% ที่เหลือเป็นกลุ่มอื่นๆ เช่น สมาคม มูลนิธิ และหากแยกตามประเภทงานพบว่า 30% เป็นการจัดนิทรรศการ 25% เป็นการจัดคอนเสิร์ต กิจกรรมบันเทิง 25% เป็นการจัดกิจกรรมพิเศษ งานแถลงข่าว พร้อมสัมมนา และอีก 20% เป็นงานจัดเลี้ยง งานประชุม สัมมนา

สำหรับแผนการดำเนินงานปีนี้ ตั้งเป้าหมายรักษาสัดส่วนผู้จัดงานที่มาใช้บริการไว้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด เอม แอนด์ ชู้ด หรือเข้าพบปะเจรจากับลูกค้าเป้าหมาย รับฟังความต้องการของลูกค้า เพื่อให้การจัดงานเป็นไปตามความต้องการของลูกค้า รวมทั้งจัดตั้งทีมงานพิเศษเพื่อดูแลหน่วยงานราชการโดยเฉพาะ พร้อมมอบข้อเสนอที่จูงใจ ขณะที่ตลาดงานระดับนานาชาติจะจับมือกับพันธมิตรไปประมูลสิทธิดึงงานสำคัญมาจัดมากขึ้น โดยปีหน้าดึงในระดับนานาชาติมาจัดได้แล้ว 1 งาน และอีก 2 งาน อยู่ระหว่างประมูลสิทธิเพื่อจัดในปี 2557-2558 พร้อมร่วมเดินทางไปกับสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (สสปน.) เพื่อโรดโชว์ในต่างประเทศด้วย

นอกจากนี้ เตรียมปรับปรุงห้องประชุม รวมทั้งสร้างห้องอเนกประสงค์เพิ่มเติม เพื่อให้ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น จากที่ปีที่ผ่านมาก็เริ่มปรับปรุงบ้างแล้ว โดยใช้งบประมาณไป 15 ล้านบาท เพิ่มห้องประชุมใหม่ 2 ห้อง ส่งผลให้ปัจจุบันมีห้องประชุมรวม 6 ห้อง สามารถรองรับกลุ่มประชุมสัมมนาระดับ 100-200 คน จากเดิมห้องประชุมที่มีรองรับงานที่มีผู้ร่วมงานขนาดกลาง 200 คนขึ้นไป จนถึงงานประชุมสัมมนาที่มีผู้ร่วมงานระดับ 2,000-3,000 คน และรับได้เต็มที่กรณีจัดคอนเสิร์ต 5,000 คน

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเตรียมฝึกอบรมบุคลากรรองรับงานนานาชาติมากขึ้น โดยส่งบุคลากรครึ่งหนึ่งไปฝึกอบรมภาษาอังกฤษสำหรับอุตสาหกรรมไมซ์ กับโครงการของ สสปน. รวมทั้งมีนโยบายให้บุคลากรใช้ภาษาอังกฤษมากขึ้นในระหว่างวันทำงาน เพื่อรับโอกาสการจัดงานที่มีมากขึ้นจากการเปิดเออีซี

สิ่งที่น่าเป็นห่วงในอุตสาหกรรมไมซ์ไทย คือ บุคลากรไทยที่ยังเสียเปรียบด้านความรู้ภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ที่ประชากรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำ และมีความรู้ภาษาที่ 3 อยู่แล้ว หากไทยยังนิ่งนอนใจไม่ฝึกคนให้พร้อม และกลุ่มประเทศเหล่านี้มีความพร้อมด้านสถานที่จัดงานและระบบสาธารณูปโภคมากขึ้น ศักยภาพการแข่งขันของไมซ์ไทยคงถูกกลุ่มนี้ตีตื้นขึ้นมาได้ง่ายแน่นอน

ขณะที่ พรรธระพี ชินะโชติ ประธานกรรมการ บริษัท แบงค็อค เอ็กซ์ซิบิชั่น เซอร์วิสเซส ในฐานะนายกสมาคมการแสดงสินค้าไทย ประเมินว่า ปีนี้ธุรกิจการจัดนิทรรศการ (เอ็กซิบิชั่น) จะเติบโตโดดเด่นที่สุดในบรรดากลุ่มธุรกิจไมซ์ โดยคาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงครึ่งปีหลังจะเห็นการจัดนิทรรศการถี่มากในเมืองไทย เนื่องจากผู้ประกอบการต้องการใช้งานนิทรรศการเป็นเครื่องมือทั้งในแง่การเปิดตัวบริษัทให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ ใช้เป็นเวทีนำไปสู่การเจรจากับคู่ค้าใหม่ๆ สร้างโอกาสการค้าไว้ก่อนเปิดเออีซี

เป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)

อย่างไรก็ตาม มองว่าปีนี้ยังไม่ถือเป็นปีทองของอุตสาหกรรมไมซ์ แม้ไม่มีปัญหาการเมือง แต่งานไมซ์นานาชาติที่วางแผนจัดในไทย ก็ยังไม่กลับมาเต็มที่ เพราะผู้จัดงานจะวางแผนจัดงานล่วงหน้า 12 ปี โดยรอจนกว่าสถานการณ์ทุกอย่างเรียบร้อยจริงๆ จึงตัดสินใจเลือกสถานที่จัดงาน และก็เพิ่งตัดสินใจในปีนี้ จึงวางแผนจัดงานในปีหน้าเป็นส่วนใหญ่ ปีนี้จึงถือเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ดีเท่านั้น ปีหน้าจึงน่าจะเป็นปีทองไมซ์ไทยอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ หากมองศักยภาพสถานที่จัดงานไมซ์ไทย เทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เชื่อว่า ไทยยังแข่งขันได้ดี โดยในแง่พื้นที่จัดงาน มีศักยภาพทัดเทียมสิงคโปร์และฮ่องกง เชื่อว่าไทยยังแข่งขันได้ดี แต่ปัญหาสำคัญคือ ไทยยังเน้นโปรโมตแต่กรุงเทพฯ เป็นจุดหมายหลัก ไม่กระจายโอกาสจัดงานไปยังหัวเมืองสำคัญอื่นๆ เท่าที่ควร ทั้งที่หากทำได้ไทยจะมีโอกาสการเป็นศูนย์กลางจัดงานไมซ์ระดับนานาชาติมากขึ้น เพราะหัวเมืองสำคัญหลายแห่งเป็นจุดยุทธศาสตร์เชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน หรือมีแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นจะดึงงานไมซ์ไปได้ ดังนั้นจึงต้องการเห็นภาครัฐสนับสนุนงานไมซ์ระดับนานาชาติกระจายตัวไปยังจังหวัดสำคัญอื่นๆ มากขึ้น

เหมือนเช่นที่รัฐบาลประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ทำ คือผลักดันงานนานาชาติ ไปตามหัวเมืองใหม่ๆ เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจให้หัวเมืองเหล่านั้น และเพิ่มทางเลือกให้ผู้จัดงานไมซ์นานาชาติมากขึ้น

สิ่งเหล่านี้คือโจทย์ที่ภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมไมซ์ต้องร่วมกันเตรียมตัว หากยังต้องการโอกาสให้ไมซ์ไทยเติบโตในระยะยาว ไม่ใช่เติบโตแบบฉาบฉวยแค่ไม่กี่ปีนี้เท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน