posttoday
‘ซีไอเอ็มบี’หนุนลดดอกพ่วงมาตรการคุมฟองสบู่

‘ซีไอเอ็มบี’หนุนลดดอกพ่วงมาตรการคุมฟองสบู่

27 พฤษภาคม 2556

“ซีไอเอ็มบี” แนะ ธปท.ออกมาตรการคุมความเสี่ยงคู่ลดดอกเบี้ย

“ซีไอเอ็มบี” แนะ ธปท.ออกมาตรการคุมความเสี่ยงคู่ลดดอกเบี้ย

นายบันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สำนักวิจัยสายบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ยครั้งเดียว 0.5% ในการประชุมวันที่ 29 พ.ค.นี้ เพื่อให้จบปัญหาเรื่องค่าเงินบาท ซึ่งเป็นแรงกดดันจากกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า กนง.จะปรับลดดอกเบี้ย 0.25% หรือลดครั้งเดียว 0.5% ในการประชุมครั้งที่จะถึงนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควรมีเครื่องมือควบคุมความเสี่ยงเฉพาะด้าน (MacroPrudential Measures) เพื่อควบคุมการก่อหนี้ของลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อภาคครัวเรือน

ทั้งนี้ เพราะการปรับลดดอกเบี้ยจะส่งผลทางจิตวิทยาให้คนรู้สึกอยากกู้ ในขณะที่คนออมก็จะโยกเงินฝากที่อยู่ในธนาคารพาณิชย์ไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ได้รับผลตอบแทนสูงกว่า แต่ก็มีความเสี่ยงสูงด้วย เช่น ทองคำ คอนโดมิเนียมให้เช่า และหุ้น

“ปัญหาดอกเบี้ยต่ำมานาน ทำให้ขณะนี้การออมของคนเกิดการบิดเบือน มีการเก็งกำไรเกิดขึ้น และนำไปสู่ภาวะฟองสบู่ ผมจึงมองว่าถ้าจะลดดอกเบี้ยก็ต้องมีการควบคุมความเสี่ยงเฉพาะด้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ปล่อยสินเชื่อจนเกิดวิกฤต มุมหนึ่งผมก็เข้าใจการแข่งขันของแบงก์รุนแรงจะไม่ทำก็ไม่ได้ ต้องรักษาส่วนแบ่งตลาด ธปท.ก็ต้องออกมาตรการมาควบคุม” นายบันลือศักดิ์ กล่าว

นายบันลือศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสหรัฐเป็นบทเรียนที่ดีในหลายประเทศ ในปี 2544 ธนาคารกลางสหรัฐลดดอกเบี้ยลงทีเดียว 1% ไตรมาส 3 เศรษฐกิจฟื้น แต่เวลาต่อมาในปี 2549 สหรัฐก็เกิดฟองสบู่แตก เผชิญปัญหาซับไพรม์ และกลายเป็นวิกฤตการเงินจนถึงปัจจุบัน ฉะนั้นการทำให้เศรษฐกิจเร่งเติบโตในระยะสั้นอาจทำให้เกิดปัญหาในระยะยาวได้เหมือนการแก้ปัญหาหนึ่งแล้วไปสร้างปัญหาหนึ่งให้เกิดขึ้น

ก่อนหน้านี้ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย วิเคราะห์เศรษฐกิจไตรมาสแรก แสดงความเป็นห่วงหนี้รายย่อย เพราะสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลในไตรมาสแรกเติบโต 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แม้การเติบโตจะชะลอลงจากไตรมาสสุดท้ายปีที่ผ่านมาซึ่งเติบโต 22% แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยสถิติช่วง 3 ปีก่อนหน้าที่อยู่ในช่วง 14-15%

ทั้งนี้พบว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยไม่ได้มีความผิดปกติ โดยยังอยู่ราวๆค่าเฉลี่ยประมาณ 13-14% สำหรับสินเชื่อเช่าซื้อรถก็ไม่ได้เติบโตสูงเกินไปกว่าข้อมูลในอดีตที่เคยเติบโตในระดับ 30% มาแล้ว แต่สิ่งที่น่าสนใจอยู่ที่สินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่อัตราการเติบโตเริ่มทะยานมาตั้งแต่ปี 2554 และหากลงไปลึกถึงส่วนประกอบของสินเชื่อนี้ พบว่าสินเชื่อส่วนบุคคลเติบโตในอัตราเร่งขึ้น คือ 25% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกปี 2555 และเป็นอัตราที่มากกว่าการเติบโตเมื่อปี 2554 ซึ่งอยู่ที่ 16% จึงเป็นสัญญาณเสี่ยงของหนี้สินครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค