
ตื่นหยุด QE กดหุ้นดิ่งตลาดบอนด์ช็อก
ตลาดหุ้นไทยช่วงวันสุดท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยระหว่างวันลงไปต่ำสุดที่ระดับ 1,582.76 จุด ลดลง 48.51 จุด ก่อนจะค่อยกระเตื้องขึ้นมาปิดตลาดที่ระดับ 1,607.46 จุด ลดลง 23.81 จุด
ตลาดหุ้นไทยช่วงวันสุดท้ายของสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง โดยระหว่างวันลงไปต่ำสุดที่ระดับ 1,582.76 จุด ลดลง 48.51 จุด ก่อนจะค่อยกระเตื้องขึ้นมาปิดตลาดที่ระดับ 1,607.46 จุด ลดลง 23.81 จุด
วิศิษฐ์ องค์พิพัฒน์กุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ผลการประชุมเฟดที่ออกมาพบว่ากรรมการเฟดเริ่มเสียงแตกโดยมีบางคนเห็นว่าการดำเนินมาตรการ QE อัดฉีดเงินเข้ามาในระบบ โดยรับซื้อพันธบัตรในตลาดเดือนละ 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ที่ผ่านมา น่าจะเพียงพอแล้ว ควรลดหรือชะลอมาตรการ QE แม้บางคนเห็นความจำเป็นว่าต้องทำต่อ แต่ความเห็นที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์บอนด์ช็อก เพราะทำให้ผลตอบแทนในตลาดพันธบัตร รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับเพิ่มขึ้นทันทีจาก 1.90% เป็น 2.05% หรือเพิ่มขึ้น 8% ภายในคืนเดียว ซึ่งผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ทำให้ราคาพันธบัตรปรับตัวลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันที่ถือพันธบัตรอยู่ขาดทุนทันที จึงต้องมีการขายหุ้นในตลาดหุ้นทั่วโลกออกมา เพื่อนำเงินไปโปะผลขาดทุนจากราคาพันธบัตรที่ลดลง ภาวะบอนด์ช็อกได้ลามไปถึงตลาดพันธบัตรในญี่ปุ่นด้วย โดยผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 30 ปี ปรับเพิ่มขึ้นจาก 1.78% เป็น 1.88%
โบรกเกอร์ไทยไม่ลดเป้าดัชนีสิ้นปี 1,700 จุด
กวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย เปิดเผยว่า หุ้นที่ปรับตัวลงแรง น่าจะเป็นเพียงระยะสั้น มีสาเหตุหลักจากผู้จัดการกองทุนต่างชาติกังวลเฟดจะยุติมาตรการ QE จึงชิงเทขายหุ้นเพื่อเตรียมเงินไว้รองรับการไถ่ถอนของผู้ถือหน่วยลงทุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงไทยปรับตัวลงแรง ประกอบกับก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นแรง เมื่อมีข่าวลบเข้ามากระทบ จึงฉวยจังหวะขายทำกำไรออกมา โดยประเมินว่าการขายหุ้นไทยรอบนี้ต่างชาติน่าจะได้กำไรไม่น้อยกว่า 15% อย่างไรก็ตาม บล.กสิกรไทย ยังคงให้ไม่ลดเป้าหมายดัชนีปีนี้ลง คงไว้ที่ระดับ 1,700 จุด และให้เป้าดัชนีปีหน้าที่ 1,900 จุด เพราะเชื่อว่าเฟดคงไม่ถอนเงินใน QE เร็วๆ นี้
สุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มีความเห็นไปในทิศทางสอดคล้องกันว่าดัชนีหุ้นที่ลงแรงเป็นเพียงระยะสั้น และตลาดหุ้นไทยเพิ่งผ่านระยะการประกาศผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนไตรมาสแรกออกมา ขณะที่เมย์แบงก์ กิมเอ็ง บริษัทยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยใน 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 1,750 จุด
ไตรมาสแรก บจ.โกยกำไร 2.4 แสนล้าน
ชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จำนวน 448 บริษัท หรือ 92.18% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 486 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่ม NC และ NPG) ได้นำส่งผลการดำเนินงานงวดสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2556 โดยมีกำไรสุทธิรวม 2.4 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.80% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และมียอดขายรวม 2.63 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้บริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ปตท. (PTT) ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และธนาคารกสิกรไทย (KBANK)
ขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรม 3 อันดับแรก จาก 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรสูงสุด ได้แก่ ทรัพยากร ธุรกิจการเงิน และบริการ
สำหรับหมวดธุรกิจที่มีกำไรสูงสุด 3 อันดับแรก จาก 27 หมวดธุรกิจ ได้แก่ พลังงานและสาธารณูปโภค ธนาคาร และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยทั้ง 3 หมวดมีกำไรสุทธิรวม 144,377 ล้านบาท คิดเป็น 59.76% ของกำไรสุทธิรวมทั้งหมด
ด้านตลาด mai บริษัทจดทะเบียน 69 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 1,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.34% จากงวดเดียวกันของปี
ถอนหุ้น INTUCH ออกจากการคำนวณดัชนี
รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า กรณีที่มีข่าวว่า บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) ถูกถอดออกจากการนำไปรวมคำนวณในดัชนี MSCI Global Standard Indices นั้นตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้องไปยัง MSCI แล้ว โดยข้อมูลเกี่ยวกับสัญชาติของผู้ถือหุ้นรายใดรายหนึ่ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นการทั่วไป ทั้งนี้บุคคลทั่วไปสามารถตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวได้จากบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยขอข้อมูลได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ หรือผ่านธนาคารพาณิชย์ที่ร่วมโครงการกับกระทรวงพาณิชย์
ทั้งนี้ MSCI ระบุในแถลงการณ์ว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ได้ให้การรับรองประเภทของผู้ถือหุ้นใหญ่ของ INTUCH เป็นบริษัทสัญชาติไทยหรือต่างชาติ ซึ่งหากเป็นต่างชาติ MSCI ต้องทบทวนค่า Foreign Inclusion Factor (FIF) ของ INTUCH อีกครั้งว่า มีคุณสมบัติที่จะอยู่ในดัชนี MSCI หรือไม่
ผู้บริหารในวงการตลาดทุนบอกว่า หากสรุปว่าแอสเพน โฮลดิ้งส์ เป็นต่างชาติ จะส่งผลให้ INTUCH ขาดคุณสมบัติ เพราะจะทำให้จำนวนหุ้น หรือฟรีโฟลท ที่จะเหลือให้นักลงทุนต่างชาติ เข้าไปถือหุ้นได้ลดลงเหลือเพียง 6% ตามกฎหมายโทรคมนาคมที่เปิดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% แต่หากเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยก็จะทำให้มีจำนวนหุ้น หรือฟรีโฟลท สำหรับต่างชาติ 47% ถือว่าเข้าคุณสมบัติไม่มีปัญหาทั้งนี้ เมื่อ 15พ.ค.ที่ผ่านมา MSCI ได้ประกาศให้ INTUCH HMPRO MINT และTRUE เข้าคำนวณในดัชนี MSCI Global Standard Indices มีผลตั้งแต่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป







