posttoday
สมาร์ทโฟนคึกรับ3จีเครื่องไฮเอนด์ใหม่ โหมตลาด

สมาร์ทโฟนคึกรับ3จีเครื่องไฮเอนด์ใหม่ โหมตลาด

24 พฤษภาคม 2556

หลังจากที่มีการเปิดตัวรุ่นไฮเอนด์สำหรับทำตลาดสมาร์ทโฟนในทุกแบรนด์ตั้งแต่ต้นปี 2556 ที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าแรงตอบรับจากตลาดจะไม่สูงเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจเพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของแต่ละรุ่นให้ครบ ก่อนจะควักเงินในกระเป๋าออกมาซื้อ และเชื่อว่างาน ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2013 นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นความคึกคักของตลาดสมาร์ทโฟน

หลังจากที่มีการเปิดตัวรุ่นไฮเอนด์สำหรับทำตลาดสมาร์ทโฟนในทุกแบรนด์ตั้งแต่ต้นปี 2556 ที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าแรงตอบรับจากตลาดจะไม่สูงเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจเพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของแต่ละรุ่นให้ครบ ก่อนจะควักเงินในกระเป๋าออกมาซื้อ และเชื่อว่างาน ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2013 นี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นความคึกคักของตลาดสมาร์ทโฟน

สุภสิทธิ์ รักกสิกร หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท สามารถ ไอโมบาย เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนยังมีการเติบโต แม้จะดูชะลอไปบ้างในช่วงต้นปี แต่จะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยบริษัทวิจัยการตลาดได้สำรวจพบว่า มูลค่าตลาดรวมโทรศัพท์มือถืออยู่ที่กว่า 4.5 หมื่นล้านบาท และอาจจะสูงกว่านี้ ถ้า 3จี ช่วยผลักดันตลาดช่วงครึ่งปีหลังได้เข้มข้นขึ้น โดยมีสัดส่วนของสมาร์ทโฟนกว่า 3.2 หมื่นล้านบาท

ขณะที่สัดส่วนจำนวนเครื่องตลาดรวมคาดว่าอยู่ที่ 15.6 ล้านเครื่อง และมีส่วนแบ่งสมาร์ทโฟนอยู่ที่ประมาณ 8 ล้านเครื่อง ซึ่งการสำรวจตลาดดังกล่าวยังไม่มีปัจจัยด้านราคา คือ เครื่องสมาร์ทโฟนที่ราคาต่ำ ช่วง 5,0001 หมื่นบาท เข้ามาทำตลาดมากนัก แต่เมื่อ ไอโมบาย เริ่มต้นทำตลาดเครื่องรุ่นไอคิวทั้งหมด ซึ่งมีราคาในระดับนี้พอดี จึงมีส่วนช่วยเพิ่มตลาดสมาร์ทโฟนได้อีกจำนวนมาก

นอกจากนี้ การให้บริการ 3จี ของผู้ให้บริการหลักก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดความต้องการใช้สมาร์ทโฟน ทั้งเอไอเอส ดีแทค และทรู ให้บริการ 3จี และเริ่มต้นทำตลาดเครื่องโทรศัพท์ของตัวเองเพื่อให้มีบริการครอบคลุม ซึ่ง ไอโมบาย มีบริการ ไอโมบาย 3จี เอ็กซ์ ซึ่งเป็นเอ็มวีเอ็นโอของบริษัท ทีโอที เห็นผลชัดเจนว่าช่วยให้การทำตลาดเครื่องสมาร์ทโฟนดีขึ้น เพราะบันเดิลบริการไปได้

“ไอโมบาย เปิดตัว ไอคิวเอ็กซ์ ราคา 9,490 บาท ไอคิว 9 ราคา 9,990 บาท เป็นรุ่นท็อปที่จะใช้บุกทำตลาดช่วงนี้ และยังมีรุ่น ไอคิว 5.1 อีกรุ่น ทั้งหมดมีจุดเด่นสำคัญคือราคาไม่เกิน 1 หมื่นบาท” สุภสิทธิ์ กล่าว

โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2013 กล่าวว่า บริการ 3จี และการเปิดตัวเครื่องรุ่นใหม่ของแทบทุกแบรนด์ในตลาดมีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดได้ดี และงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป น่าจะเป็นตัวชี้วัดได้ เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่รอมาดูโปรโมชั่นที่จะแข่งขันกันในงานนี้ และจะได้เปรียบเทียบคุณสมบัติกันแบบรุ่นต่อรุ่น แบรนด์ต่อแบรนด์ เชื่อว่าเงินสะพัดในงานมากกว่า 1,600 ล้านบาทแน่นอน

ในงานยังเห็นการรุกตลาดมากขึ้นของเครื่องเฮาส์แบรนด์จากต่างประเทศ ที่เดิมทำตลาดในต่างจังหวัดและเริ่มเข้ามาตลาดเมืองมากขึ้น เช่น แบรนด์ เชอร์รี่ โมบายจากฟิลิปปินส์ ไอโกะจากจีน ซึ่งเน้นทั้งเครื่องโทรศัพท์ และแท็บเล็ตราคาต่ำ ออกมาเจาะตลาดต่างจังหวัดที่ต้องการใช้งานเช่นกัน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร แต่ยังต้องดูในระยะยาวว่าจะทำตลาดอย่างไรต่อไป

จากการสำรวจพื้นที่ภายในงาน พบว่า 2 แบรนด์หลักที่มีในงานครั้งนี้เป็นการชี้วัดว่าผู้บริโภคยังให้ความสนใจอยู่หรือไม่ คือ แบรนด์โนเกีย ที่มีสินค้าชูโรง คือ ลูเมีย หลากหลายรุ่น และแบรนด์แบล็คเบอร์รี่ ที่เน้นเครื่อง แซด 10 เป็นหลัก ซึ่งในความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในวงการโทรคมนาคมว่า ทั้งสองแบรนด์ต้องเร่งเครื่องเพื่อสร้างยอดขายให้มากขึ้น รวมถึง แอลจี ที่ลดขนาดบูธลงไปพอสมควร ซึ่งทั้งหมดไม่ควรหายไปจากตลาด เพราะผู้บริโภคยังต้องการทางเลือกในการใช้งานมากกว่าแอนดรอยด์และไอโฟน

สำหรับสินค้ามือถือที่คาดว่าจะขายดีในงาน ได้แก่ ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 4, ซัมซุง กาแล็คซี่ โน้ต 8.0 และไอโมบาย รุ่นไอคิว นอกจากนี้สินค้าพวกเพาเวอร์แบงก์ก็ได้รับความสนใจ มีหลากหลายแบรนด์มาลดราคา เช่น เพาเวอร์แม็กซ์ ซื้อ 1 แถม 1 ราคาเริ่มต้น 890 บาท แบรนด์เหยาเบา ราคาลดเหลือ 1,550 บาท จาก 2,790 บาท เป็นต้น

ปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอสคาดการณ์ว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนใหม่ในปีนี้จะมีสัดส่วนประมาณ 4050% ของตลาดทั้งหมด และเอไอเอสได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เพื่อมากระตุ้นการใช้งานให้มากขึ้น เช่น เอไอเอส มายคลาวด์ บริการฝากข้อมูลบนระบบคลาวด์ เอไอเอส มาย สติกเกอร์ ช็อป คลังสติกเกอร์บนโลกออนไลน์ และเอไอเอส โฟโต้ บ็อกซ์ ดูแลเรื่องภาพและวิดีโอ ซึ่งในปีนี้จะมีแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ตามมาอีกมาก โดยเอไอเอสตั้งเป้าสร้างการเติบโตรายได้บริการนันวอยซ์ 25% ในปีนี้ จากรายได้ปีที่ผ่านมา 2.6 หมื่นล้านบาท

“แอพฯ ที่มีการใช้งานมากที่สุด เช่น บราวซ์เซอร์เข้าอินเทอร์เน็ต แอพฯ วิดีโอ และแอพฯด้านโซเชียล ซึ่งทั้งหมดมีส่วนเพิ่มการใช้งานอินเทอร์เน็ตดาตาของเอไอเอส” ปรัธนา กล่าว

การออกสินค้าใหม่ๆ ในระดับไฮเอนด์ การเริ่มให้บริการ 3จี และแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ จะช่วยกระตุ้นยอดขายโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้มากแค่ไหน ต้องคอยดู

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน