
CPNไม่เพิ่มทุน2ปี
ขายหุ้นให้เอเชียอาหรับพร้อมลุย‘เหมราชบีอีซี’บิ๊กล็อตราคาต่ำ
ขายหุ้นให้เอเชียอาหรับพร้อมลุย‘เหมราชบีอีซี’บิ๊กล็อตราคาต่ำ
CPN ฉวยจังหวะหุ้นดี ขายพีพี ลั่น 2 ปีไม่เพิ่มทุน BECHEMRAJ บิ๊กล็อต ลือเทมาเซกขายชินฯ
นายนริศ เชยกลิ่น รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นดีทำให้บริษัทตัดสินใจเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (พีพี) จำนวน 130 ล้านหุ้น ขายให้กับนักลงทุนสถาบันไทยและต่างประเทศ สัดส่วน 40% และ 60% ในราคา 50.75 บาท ได้รับเงิน 6,616 ล้านบาท ทำให้อย่างน้อย 22.5 ปีข้างหน้าจะไม่มีการเพิ่มทุนอย่างแน่นอน
ในอนาคตบริษัทจะอาศัยแนวทางการออกหุ้นกู้ การกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ และการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตามแผนในปีนี้จะมีการขายสินทรัพย์ในส่วนของศูนย์การค้าเชียงใหม่และรามอินทราเข้ากองทุนรวม CPN รีเทล โกรท (CPNRF)
“ราคาหุ้นอยู่ในระดับสูงเหมาะที่จะเพิ่มทุน เพื่อนำเงินไปใช้ในการขยายกิจการตามแผนลงทุนปีนี้ 11.3 หมื่นล้านบาท และทำให้จำนวนหุ้นหมุนเวียน (ฟรีโฟลต) เพิ่มอีก 2.9% ขณะที่ต่างชาติถือเกือบเต็มเพดานที่ระดับ 30%” นายนริศ กล่าว
สำหรับสถาบันต่างประเทศที่เข้ามาซื้อหุ้น มีกระจายออกไปทั้งในเอเชียและตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทไปให้ข้อมูลนักลงทุน (โรดโชว์) ที่อาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในช่วงก่อนหน้านี้ ตรงกับความต้องการของบริษัทที่กระจายฐานกลุ่มผู้ลงทุนไปยังประเทศต่างๆ
ขณะเดียวกันยังสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มทุนจากแถบอาหรับให้ความสนใจลงทุนใน CPN และธุรกิจด้านค้าปลีกรายย่อยของไทยอย่างมาก
การลงทุนในต่างประเทศของ CPN นั้น ได้ร่วมลงทุนกับเครือไอเบอร์ฮาด (IBerhad) เพื่อพัฒนาศูนย์การค้าในประเทศมาเลเซียภายใต้แบรนด์เซ็นทรัล มูลค่าการลงทุน 5,800 ล้านบาท คาดว่าการก่อสร้างน่าจะแล้วเสร็จในปี 2558 และปลายปีนี้น่าจะได้ข้อสรุปเรื่องการลงทุนในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย จึงคาดว่ารายได้จากต่างประเทศจะเริ่มรับรู้อย่างจริงจังในปี 2559
นายนริศ กล่าวว่า รายได้ในปีนี้น่าจะเติบโต 15% จากปีที่ผ่านมา ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (อีบิตดามาร์จิ้น) จะดีขึ้น 12% จากปีก่อนอยู่ที่ 47% และ 4950% ตามลำดับ
ด้านหุ้นบีอีซี เวิลด์ (BEC) ซึ่งทำรายการซื้อขายแบบข้ามคืน หรือโอเวอร์ไนต์ เมื่อวันที่ 21 พ.ค. และทำบิ๊กล็อตในตลาดวันที่ 22 พ.ค. จำนวน 81.05 ล้านหุ้น มูลค่าทั้งสิ้น 5,349.87 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 66.01% ส่งผลให้ราคาหุ้นในตลาดทรุดลงปิดที่ 66.50 บาท ติดลบ 4.75 บาท หรือ 6.75%
นอกจากนี้ หุ้นบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน (HEMRAJ) มีบิ๊กล็อตจำนวนกว่า 60 ล้านหุ้น มูลค่ารวม 234 ล้านบาท และ HEMRAJF จำนวน 239.57 ล้านหุ้น มูลค่า 934 ล้านบาท รวมทั้งหมด 1,168 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ย 3.90 บาท ต่ำกว่าตลาดที่ปิดระดับ 4.12 บาท
สำหรับกรณีที่มีข่าวว่ากลุ่มเทมาเซกแห่งสิงคโปร์ จะขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น (INTUCH) แบบโอเวอร์ไนต์ ข่าวลือนี้หนาหูมากขึ้นและเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันราคาหุ้นในตลาด







