
มาร์ติน แอพเฟล จีเอ็มจะเติบโตอีกขั้นในประเทศไทย
.....พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
เข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทยในช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการดำเนินธุรกิจพอดี ทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่า มาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เซาท์อีสต์เอเชีย โอเปอเรชั่นส์ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) คนนี้เป็นใคร ถึงถูกส่งมารับเผือกร้อนในช่วงเวลานี้
ช่วงเวลาที่จีเอ็มประเทศไทยเพิ่งได้รับเงินกู้เพื่อเดินหน้าโครงการใหญ่ที่จะพลิกฟื้นสถานการณ์ของบริษัทในประเทศไทยให้เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนผู้บริหารกลางครันจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง
แอพเฟลประกาศในงานเปิดตัวเขากลางงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา ว่าเป้าหมายหลักในการเดินทางมาดำรงตำแหน่งในประเทศไทยก็คือ การเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้กับเชฟโรเลตในประเทศไทย การสร้างความแข็งแกร่งให้กับตราสินค้า และแน่นอนว่ารวมไปถึงการเพิ่มการยอมรับจากกลุ่มผู้บริโภคให้มากขึ้น
“
เราจะต้องเติบโตไปอีกขั้นหนึ่งในประเทศไทย ไม่ว่าจะด้วยแผนงานการเปิดโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซล การพัฒนารถปิกอัพและเอสยูวีใหม่ นอกจากนี้จะมีการใช้เครือข่ายของจีเอ็มในภูมิภาค เพื่อจัดหาสินค้าและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยเพิ่มเติม”แอพเฟลเล่าถึงความคืบหน้าของการ สร้างโรงงานว่ายังอยู่ตามแผนงานที่วางเอาไว้ทุกประการ ขณะที่แผนการเปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นใหม่อย่างเชฟโรเลต ครูซ ก็จ่อคิวที่จะเปิดตัวในประเทศไทย หลังจากที่มีการเปิดตัวไปแล้วในฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
นอกจากนี้ จีเอ็มยังได้ประกาศแผนการปรับโฉมภาพลักษณ์ครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กับแคมเปญแบรนด์ทรานสฟอร์เมชัน โดยเน้นไปที่การพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อยกระดับการบริการลูกค้า เพื่อเตรียมการรับการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในประเทศไทย
สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุดหลังการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ก็คือโลโก้โบไทรูปแบบใหม่ ซึ่งใช้โลโก้สีทองแบบเดิม มาล้อมกรอบด้วยสีบรอนซ์เงิน สะท้อนถึงแรงบันดาลใจสู่อนาคต เปี่ยมด้วยความสดใส มีจินตนาการที่ไม่สิ้นสุด พร้อมที่จะท้าทายสิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ
“
เราหวังว่าการปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของเราครั้งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของจีเอ็มและเชฟโรเลตที่จะทำตลาดในประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และในอนาคตอันใกล้นี้เราก็เตรียมส่งรถยนต์รุ่นใหม่ออกสู่ตลาด ซึ่งหวังว่าน่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี”สำหรับแผนงานระยะสั้นนั้น แอพเฟล บอกว่า จะต้องเดินหน้าผลักดันยอดจำหน่ายของจีเอ็มในประเทศไทยให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าจะมีการขยับส่วนแบ่งการตลาดจาก 2.9% ในปีที่ผ่านมา ขึ้นเป็นไม่น้อยกว่า 3% ให้ได้ในปีนี้ ซึ่งจะทำยอดจำหน่ายได้เท่าไร ก็ขึ้นกับว่าตลาดจะเติบโตไปได้ขนาดไหน
ในส่วนของผลกระทบด้านการเมืองนั้น ประธานใหม่ของจีเอ็ม บอกว่า น่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนงานทั้งหมดของบริษัทแต่อย่างใด เนื่องจากเชื่อว่าการเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตยเป็นเรื่องปกติที่สามารถทำได้ และเขาเองก็ผ่านเหตุการณ์อย่างนี้มาแล้วในหลายประเทศ
“
ผมไม่หวั่นว่าการเมืองจะกระทบกับการทำงานของเรา เพราะมองว่าการเรียกร้องด้านประชาธิปไตยนั้นเป็นเรื่องปกติและมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วในหลายประเทศทั่วโลก แต่ก็ผ่านกันมาได้ ซึ่งขอยืนยันว่าเราจะเดินหน้าแผนงานในประเทศไทยตามที่วางไว้อย่างแน่นอน โดยไม่เลื่อนอะไรออกไปแต่อย่างใด”และทั้งหมดนี้คือคำยืนยันจากปากแอพเฟล ที่จะเข้ามากุมบังเหียนโครงการขนาดใหญ่จำนวนมากของจีเอ็มที่จะเกิดขึ้นนับจากนี้ ก็ต้องมาดูว่าจีเอ็มจะก้าวหน้าต่อไปในทิศทางใด
และจะประสบความสำเร็จเหมือนที่ทุกคนคาดหวังหรือไม่!!!







