
แต้มหมี่สีธรรมชาติต่อยอดภูมิปัญญาสู่ตลาดโลก
โดย..ฐิติพร ฌานวังศะ/แสงระวี สิงหวิบูลย์
โดย..ฐิติพร ฌานวังศะ/แสงระวี สิงหวิบูลย์
คอลัมน์ Hi Crafts ฉบับนี้ขอนำผู้อ่านทุกท่านร่วมสัมผัสและเรียนรู้แนวทางการพัฒนาช่างฝีมือ ซึ่งถ้าผู้อ่านท่านใดที่ติดตามความเคลื่อนไหวของงานหัตถกรรมคงพอจะรู้จักอาชีพอันทรงเกียรติที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างยาวนานอาชีพนี้อย่างแน่นอนค่ะ
การพัฒนาช่าง (ฝีมือ) แน่นอน ช่างผู้มีฝีมืออยู่แล้ว จึงเป็นโจทย์ใหญ่ กับการที่เราจะเลือก หรือมองหาจุดที่จะต้องพัฒนา
การถูกพัฒนา แบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่กำลังจะเก่ง กับกลุ่มที่เก่งไปแล้ว ความจำกัดความของช่าง คือ ทำซ้ำ ทำจนชำนาญ เราค้นพบว่า สิ่งที่ช่างขาด คือ การสร้างสรรค์ การสรรค์สร้างสิ่งใหม่ แต่อะไรหรือที่จะทำให้ช่าง (ผู้รู้) จะยอมสร้างสรรค์ไปกับเรา
การคิดกลไกให้ช่างได้สร้างสรรค์โดยไม่รู้ตัว อาจเป็นเสน่ห์ หรือนวัตกรรม หรือสิ่งที่ช่างผู้ที่ต้องมีฝีมือ ได้ต่อยอด (ความคิด ความกล้า ความใคร่รู้) จึงเกิดโครงการกิจกรรม อบรมการพัฒนาเทคนิคการทำสีธรรมชาติจากท้องถิ่นและเทคนิคแต้มหมี่ ทางศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ ให้การสนับสนุนในการพัฒนาช่างฝีมือทั่วทั้งประเทศ ในปีที่ผ่านมาและปีนี้ ได้สนับสนุนและพัฒนาช่างกลุ่มระดับ 5 ดาว ให้ต่อยอดเชิงการสร้างสรรค์ โดยเน้นทักษะฝีมือและศักยภาพอย่างเต็มรูปแบบ
ถ้าพูดถึงการทำสีธรรมชาติ คงมีกันมานานแสนนาน และถ้าพูดถึงเทคนิคมัดหมี่ ก็มีมานานแสนนาน ยากแสนยาก หากจะได้ผ้าสักผืน หรือยิ่งถ้าสีเยอะแล้วด้วยนั้น วันนี้เราจับสองสิ่งมารวมกัน หยิบสีธรรมชาติ หยิบการมัดเปลี่ยนเป็นการแต้ม ช่างผู้ชำนาญการเท่านั้นจึงจะเรียนรู้ได้
เราคิดหาทางพัฒนาช่างระดับ 5 ดาว ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดภูมิปัญญา ปรับช่วงเวลาที่มัด 10 สี 10 วันเหลือเป็นแต้ม 10 สี 2 วัน เป็นต้น การเลือกกลุ่ม แน่นอนถ้าผ้ามัดหมี่ คงหนีไม่พ้น อ.ชนบท เราค้นพบกลุ่มระดับ 5 ดาว ที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญการ มีความประณีตมีความพร้อมในทุกด้านสูง กลุ่มทอผ้าไหมบ้านหัวฝาย หรือกลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านหัวฝาย อ.ชนบท จ.ขอนแก่น
หมู่บ้านดังกล่าวเป็น บ้านเลขที่ 46 หมู่ที่ 2 บ้านหัวฝาย ตำบลปอแดง อำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น OTOP Village Champion (OVC) เครือข่ายวัฒนธรรมที่มีภูมิปัญญาด้านการทอผ้าไหมมัดหมี่ เป็นการรวมกลุ่มกันของผู้ที่คลุกคลีอยู่กับอาชีพการทอผ้าไหมมาเกือบทั้งชีวิต และมีจิตสำนึกที่จะสืบสานภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ในนาม “กลุ่มสตรีสหกรณ์บ้านหัวฝาย” ปัจจุบันมีสมาชิกจำนวน 116 ราย สมาชิกทุกคนยึดอาชีพการทอผ้าไหมแบบครบวงจร
ทุกครอบครัวมีพื้นที่ปลูกต้นหม่อน เลี้ยงตัวไหม สาวไหม จนถึงกระบวนการทอผ้าไหมออกมาเป็นผืนลวดลายสวยงามผ้าไหมและลวดลายไหม มีต้นกำเนิดมาแต่บรรพบุรุษเริ่มต้นจากการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม แล้วนำไปสาวเป็นเส้นไหมเล็กๆ ต่อจากนั้นก็นำไปฟอก มัดเป็นลายต่างๆ ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ หรือ ศ.ศ.ป. การพัฒนาเทคนิคการมัดเป็นการแต้มทำให้ลวดลายโบราณ หลากหลายลายมาดัดแปลง เติมสีสัน เกิดเป็นลวดลายใหม่ๆ ผ้าไหมมัดหมี่ของ อ.ชนบท ได้รับรางวัลจากการส่งเข้าประกวดงานต่าง ๆ มากมาย ลวดลายหรือผืนผ้าที่เกิดขึ้นถือเป็นเอกลักษณ์แสดงถึงความสามารถของช่างผู้ชำนาญ กล้าสร้างสรรค์ ลวดลายสีสัน ประยุกต์กับยุคสมัยและสอดคล้องกับระเพณีท้องถิ่น
เอกลักษณ์เหล่านี้จึงทำให้ผ้าไหมมัดหมี่ของ อ.ชนบท บ้านหัวฝาย มีมนต์เสน่ห์ น่าหลงใหลและภูมิปัญญา การที่เราได้สร้างองค์ความรู้ การเข้าพัฒนากลุ่มที่มี ความสามารถสูง จนทำให้กลุ่มได้สืบทอดภูมิปัญญาและเข้าใจถึงอิริยาบถการใช้ที่มีความร่วมสมัย ทั้งยังสร้างความน่าสนใจให้กับคนรุ่นใหม่ รุ่นลูกรุ่นหลานเกิดความสนใจได้อย่างงดงาม
เมื่อผืนผ้าได้ถูกรังสรรค์เทคนิคใหม่ ด้วยเทคนิคไหมแต้มหมี่สีธรรมชาติแล้ว ก็มาถึงรูปแบบดีไซน์ที่จะต้องตรงใจตลาด ในการออกแบบโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่น Mr.Yoshiyuki Yamane กล่าวว่า ภูมิปัญญานี้สามารถส่งต่อสู่ความร่วมสมัยได้ด้วยดีไซน์ที่ต้องเข้าใจถึงธรรมชาติ ของสีย้อมจากธรรมชาติ นั้นคือ ผืนผ้าต้องเน้นสีอ่อนสบายตา จึงจะสามารถขับให้ลวดลายนั้นๆ โดดเด่นได้ ผืนผ้าที่ออกแบบใหม่นี้จึงมีสีสันสะอาด ให้ความรู้สึกสดชื่น ยามเมื่อนำมาตกแต่งภายในบ้าน หรือแม้แต่นำมาใช้เป็นผ้าคลุมไหล่ผืนงาม
ความท้าทายอีกประการ คือการทอมัดหมี่ให้มีลวดลายเป็นลายกลมๆ เปรียบประดุจการแต้มจุดบนผืนผ้า ซึ่งต้องใช้ความแม่นยำอย่างยิ่งในการวาดลงบนเส้นไหม และถักทอออกมาจนเป็นวงกลมได้
ฉบับหน้า Hi Crafts จะพาผู้อ่านทุกท่านทำความรู้จักกับงานของคนรักฝ้ายที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า ฝ้ายทอใจ แล้วพบกันค่ะ







