
เคลียร์พื้นที่เร่งไฮสปีดเทรน
แนวสร้างทางด่วนซ้อนเส้นกรุงเทพฯหัวหินด้านแอร์พอร์ตลิงค์คาดผู้โดยสารเพิ่ม
แนวสร้างทางด่วนซ้อนเส้นกรุงเทพฯหัวหินด้านแอร์พอร์ตลิงค์คาดผู้โดยสารเพิ่ม
เร่งเคลียร์พื้นที่ทับซ้อนรถไฟเร็วสูง กทม.หัวหิน ด้านแอร์พอร์ตลิงค์คาดทางเชื่อมเสร็จผู้โดยสารเพิ่ม
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวว่า คาดว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถเร่งสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาการใช้พื้นที่ก่อสร้างทับซ้อนกัน ระหว่างโครงสร้างรถไฟความเร็วสูงกับโครงสร้างทางพิเศษสายศรีรัชวงแหวนรอบนอก กทม.ให้แล้วเสร็จ เพราะหากยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบทำให้การดำเนินโครงการก่อสร้างทั้งหมดล่าช้า
ทั้งนี้ เบื้องต้นเห็นว่าแนวทางการก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟสายใต้เดิม ช่วงจากถนนราชพฤกษ์ไปยังบางบำหรุเป็นแนวทางที่แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากที่สุด แต่จะมีข้อเสียเรื่องใช้งบประมาณในการก่อสร้างเพิ่มขึ้น
ด้าน
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัด
กระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลัง
ประชุมเรื่องการใช้ ว่า ที่ประชุมได้
หารือถึงการแก้ปัญหาพื้นที่ก่อสร้างบริเวณ
หมอชิต 2 และจากบางบำหรุตลิ่งชัน
ระยะทางประมาณ 78 กม.ซึ่งเป็นพื้นที่
ทับซ้อนที่จะใช้ก่อสร้างโครงการรถไฟ
ความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯหัวหิน
และโครงการทางพิเศษสายศรีรัชวงแห
วนรอบนอก
ทั้งนี้ เบื้องต้นที่ประชุมได้
พิจารณาแนวทางแก้ปัญหา 3 ทางเลือก
คือ 1.สร้างอุโมงค์ลอดใต้ทางรถไฟสายใต้
เดิม ช่วงจากถนนราชพฤกษ์ไปยังบางบำ
หรุ 2. ทำการแยกโครงสร้างการก่อสร้าง
ทั้ง 2โครงการออกจากกัน โดยจะก่อสร้าง
รถไฟความเร็วสูงบนโครงสร้างยกระดับ
แยกออกจากรถไฟธรรมดา โดยสร้างใน
ลักษณะแนวขนานกันไป และ3. ใช้โครง
สร้างตอม่อร่วมกัน
“ก่อนหน้านี้ รมว.คมนาคม สั่ง
ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาว่าจะหา
แนวทางการใช้โครงสร้างการก่อสร้างร่วม
กันได้อย่างไร ระหว่างรถไฟฟ้าสายสีแดง
และรถไฟธรรมดา ขณะที่สำนักงาน
นโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
(สนข.) ก็ได้ศึกษาไว้บ้างแล้ว โดยเห็นว่า
ควรใช้โครงสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงร่วม
กับแนวรถไฟธรรมดา เพื่อให้มีพื้นที่ว่าง
สำหรับทำรางรถไฟความเร็วสูง แต่เมื่อ
พิจารณารายละเอียดเกี่ยวกับระบบอาณัติ
สัญญานของรถไฟสายสีแดง ซึ่งใช้ระบบ
รถไฟฟ้า กับรถไฟธรรมดา ซึ่งใช้ดีเซล
มีความแตกต่างกันมากทำให้ไม่สามารถใช้
รางร่วมกันได้ ซึ่งที่ประชุมจะต้องกลับไป
หารือรายละเอียด เพื่อสรุปแนวทางการ
แก้ปัญหาทุกเรื่องอย่างละเอียดให้แล้ว
เสร็จเพื่อนำเสนอรมว.คมนาคมพิจารณา
ในสัปดาห์หน้า“ พล.ต.อ.วิเชียร กล่าว
&<2288;
เร่งสร้างทางเชื่อมแอร์พอร์ตลิงก์กับรถไฟฟ้าใต้ดินเสร็จ มิ.ย.นี้ หวังดึงผู้โดยสารใช้เพิ่ม ดันรายได้ปีนี้โต 10%
นายพีรกันต์ แก้ววงศ์วัฒนา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า (ร.ฟ.ท.) ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งก่อสร้างทางเชื่อมระหว่างสถานีมักกะสันกับรถไฟฟ้าใต้ดินสถานีเพชรบุรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสาร โดยจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการสิ้นเดือน พ.ค.มิ.ย.นี้ คาดว่าจะช่วยให้บริษัทมีรายได้และจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นประมาณ 10%
“ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์จะเติบโตขึ้นอีกมากเมื่อทางเชื่อมแล้วเสร็จ ซึ่งจะเป็นไปในลักษณะเดียวกับรถไฟฟ้าบีทีเอสที่มีผู้โดยสารเพิ่ม 7% แต่เมื่อทำทางเชื่อมกับรถไฟฟ้าเส้นทางอื่นก็เติบโตถึง 20%” นายพีรกันต์ กล่าว
ทั้งนี้ ในส่วนของทางเข้าออกสถานีมักกะสัน ซึ่งได้เชื่อมต่อกับทางด่วนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) การปรับปรุงทัศนียภาพภาพบริเวณสถานีมักกะสัน และการติดตั้งบันไดเลื่อน ในสถานีหลักเพื่ออำนวความสะดวกผู้โดยสารเพิ่มเติมนั้น ที่ผ่านมาได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จะแล้วเสร็จทั้งหมดไม่เกินกลางเดือนมิ.ย.นี้อย่างแน่นอน
นายพีรกันต์ กล่าวว่า สิ่งที่จะเร่งดำเนินการหลังจากนี้ คือ การสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ในการใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ และจะพยายามดึงผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มีประมาณ 1 แสนคนต่อวัน ให้เข้าใช้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์มากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันมีผู้โดยสารรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ประมาณ 4.5 หมื่นคนต่อวัน เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ โดยจะชูให้เห็นถึงความคุ้มค่าในการใช้บริการมากกว่า มีความสะดวกมากกว่าขนส่งสาธารณะอื่น
สำหรับการจัดซื้อรถไฟฟ้าใหม่เพิ่มเติม 7 ขบวนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาในเรื่องของราคาและรายละเอียดคุณสมบัติตัวรถของผู้ผลิตแต่ละรายเพื่อเปรียบเทียบหาผู้ผลิตที่ให้ความคุ้มค่ามากที่สุดตามนโยบายของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม อยู่ หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนการสั่งซื้อจากบริษัท ซีเมนส์ ก็ต้องเปลี่ยน แต่ต้องรอสรุปผลให้ชัดเจนก่อน คาดว่าจะได้ข้อสรุปประมาณ 23 เดือน นับจากนี้ หลังจากนั้นจะเสนอกระทรวงคมนาคมเห็นชอบต่อไป
นอกจากนี้ ในส่วนของการแยกบริษัทออกจากการเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายเดือน ก.ค.นี้







