
ส่วนต่าง 15%
ผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรู ต่างประกาศพร้อมให้บริการทั้ง 3จี และ 4จี กันแบบสุดฤทธิ์ หลังจากที่รอคอยกันมานานหลายปี ในที่สุด 3จี (ที่ใครๆ ก็มีกันหมดแล้ว) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในประเทศไทยจริงๆ เสียที ใครมีมือถือเก่าๆ ไม่รองรับ 3จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ก็เตรียมควักเงินในกระเป๋าไปเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้
ผู้ให้บริการมือถือทั้ง 3 ราย คือ เอไอเอส ดีแทค และทรู ต่างประกาศพร้อมให้บริการทั้ง 3จี และ 4จี กันแบบสุดฤทธิ์ หลังจากที่รอคอยกันมานานหลายปี ในที่สุด 3จี (ที่ใครๆ ก็มีกันหมดแล้ว) ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในประเทศไทยจริงๆ เสียที ใครมีมือถือเก่าๆ ไม่รองรับ 3จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ก็เตรียมควักเงินในกระเป๋าไปเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้
แต่สิ่งที่น่าจะได้รับความสนใจควบคู่ไปกับการเปิดบริการ 3จี คือ ส่วนต่างที่ต้องลดลงของค่าบริการ 15% ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ประกาศเป็นเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตให้บริการ ซึ่งระบุไว้ว่า ค่าบริการต้องลดลงอย่างน้อย 15% ซึ่งในเวลานั้นบอกตรงๆ ว่า ไม่เชื่อเลยว่า กสทช. จะบังคับให้เกิดขึ้นได้ จนในที่สุดสิ่งที่ผู้ให้บริการทั้ง 3 รายเสนอออกมาคือ แพ็กเกจราคาเดิม แต่ความเร็วเพิ่มขึ้น (เพราะเป็น 3จี) และใช้งานได้มากขึ้นเล็กน้อย
สิ่งที่ผู้ให้บริการเสนอมาให้ถือว่ารับได้ เพราะการการันตีความเร็วที่เพิ่มขึ้น และปริมาณการใช้ที่เพิ่มขึ้นทั้งการโทรและการใช้อินเทอร์เน็ตในค่าบริการที่เท่าเดิม หากเฉลี่ยออกมาแล้วค่าโทรต่อนาทีหรือค่าอินเทอร์เน็ตต่อเมกะไบต์จะต่ำลง แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือ กสทช. จะสามารถจัดการกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ได้อย่างไร
แม้จะบอกชัดว่าจะปรับและอาจจะเพิกถอนใบอนุญาตชั่วคราว หากผู้รับใบอนุญาตทั้ง 3 รายไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตนั้น แต่ถ้าจะปรับหลักแสนหลักล้านบาทต่อวันคงไม่สะดุ้งสะเทือนเท่าไร ส่วนจะเพิกถอนใบอนุญาต เรื่องนี้ลืมไปได้เลย ผู้ใช้บริการเป็นล้านรายคือตัวประกันชั้นดี
สรุปแล้วจะให้ค่าบริการต่อแพ็กเกจลดลง 15% ค่อนข้างหนักใจแทน กสทช. อยู่พอสมควร ไหนจะค่าประมูลคลื่นที่ได้มาน้อยนิดแล้ว ค่าบริการยังไม่ลดลงอีกต่างหาก







