posttoday
บบส.สุขุมวิท ผงาด ศูนยืกำจัดหนี้เสียแบงก์รัฐ

บบส.สุขุมวิท ผงาด ศูนยืกำจัดหนี้เสียแบงก์รัฐ

22 พฤษภาคม 2556

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บบส.สุขุมวิท) จัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2543 ในช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจการเงินปี 2540 ทำหน้าที่รับโอนหนี้เสียของธนาคารกรุงไทยมาบริหารจัดการ โดยมีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (บบส.สุขุมวิท) จัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2543 ในช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจการเงินปี 2540 ทำหน้าที่รับโอนหนี้เสียของธนาคารกรุงไทยมาบริหารจัดการ โดยมีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

ตลอดระยะเวลา 13 ปี บบส.สุขุมวิท ได้บริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพก้อนโตร่วม 4.36 แสนล้านบาท เป็นหนี้เอ็นพีแอล 4.21 แสนล้านบาท และสินทรัพย์รอการขาย 1.53 แสนล้านบาท โดยตั้งแต่เปิดดำเนินการมาสามารถเก็บเงินสดสะสมจากการบริหาร 1.63 แสนล้านบาท

แม้ปัจจุบันไทยได้ผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจปัญหาหนี้เสียท่วมประเทศมากว่า 16 ปีแล้ว แต่ใช่ว่าปัญหาหนี้เสียจะสาบสูญไป หนี้เสียในระบบสถาบันการเงินยังคงมีอยู่ และต้องมีมืออาชีพมาบริหารจัดการ

บทบาทของ บบส.สุขุมวิท จึงกลายเป็นศูนย์รวมของการรับจัดการหนี้เสีย ชูเกียรติ จิตติไมตรีสกุล กรรมการผู้จัดการ ประกาศว่า ตอนนี้ บบส.สุขุมวิท พร้อมที่จะเป็นเครื่องมือภาครัฐในการจัดการปัญหาหนี้เอ็นพีแอล โดยตั้งเป้าหมายภายในปี 2558 ที่จะเป็นเอเอ็มซีแห่งชาติ และภายในปี 2560 มีเป้าหมายเป็น “One of the Top Rank AMC in AEC”

สำหรับผลการดำเนินงานล่าสุดในไตรมาสแรกของปี 2556 บบส.สุขุมวิท มีรายได้จากการปรับโครงสร้างหนี้และจำหน่ายทรัพย์ 2,601 ล้านบาท เป็นรายได้จากเอ็นพีแอล 1,915 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินทรัพย์รอการขาย 686 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน 1,158 ล้านบาท ซึ่งได้นำส่งเงินกองทุนฟื้นฟูฯ ไป 4,500 ล้านบาท เกือบ 30% ของเป้าหมายที่วางไว้ 15,073 ล้านบาท

ล่าสุด บบส.สุขุมวิท กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือของรัฐในการจัดการหนี้เสียของสถาบันการเงินของรัฐ เมื่อ ธานินทร์ อังสุวรังษี ผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างเจรจาขายเอ็นพีแอลให้กับ บบส.สุขุมวิท คาดว่าจะสรุปได้ 2-3 เดือนนี้ โดยปัจจุบันไอแบงก์มีเอ็นพีแอล 2.4 หมื่นล้านบาท โดยในปีนี้ตั้งเป้าหมายแก้หนี้ไว้ 6,000 ล้านบาทหากขายหนี้ออกไปได้ก็จะทำให้ธนาคารมีเงินมาปล่อยกู้เพิ่มขึ้น

ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การขายลูกหนี้เอ็นพีแอลของไอแบงก์ จะคัดรายที่ไม่ให้ความร่วมมือในการปรับโครงสร้างหนี้ก่อน ซึ่ง บบส.สุขุมวิท อยากให้คัดลูกหนี้เป็นกองอย่างน้อยกองละ 3,000 ล้านบาท ซึ่งหากการขายหนี้ของไอแบงก์ประสบความสำเร็จ

ทางกระทรวงการคลังอาจให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เจรจาขายหนี้เอ็นพีแอลที่มีอยู่กว่า 3 หมื่นล้านบาทออกไปให้ บบส.สุขุมวิท รับบริหารบ้างก็เป็นได้

เพื่อลดภาระฝ่ายจัดการในการพะวงกับการแก้ปัญหาหนี้เสีย ให้หันมาปล่อยกู้และพัฒนาธนาคารอย่างเต็มที่

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI