posttoday
บจ.ฟันกำไร2.4แสนล้าน

บจ.ฟันกำไร2.4แสนล้าน

21 พฤษภาคม 2556

เติบโต12.80%ยอดขายเพิ่มแค่4.88%‘บ้านปู’รับไตรมาส2ไม่ดีกว่าไตรมาส1

เติบโต12.80%ยอดขายเพิ่มแค่4.88%‘บ้านปู’รับไตรมาส2ไม่ดีกว่าไตรมาส1

บจ.โชว์กำไรนิวไฮ โกย 2.4 แสนล้านบาท โต 12.80% มาร์จิ้นเพิ่มเป็น 18.26% ยอดขายโตแค่ 4.88%

นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในตลาดหลักทรัพย์ จำนวน 448 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 241,610 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.80% เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้นถึง 49.72% จากไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา ที่มีกำไรสุทธิ 161,373 ล้านบาท

ในไตรมาสแรกปีนี้ บจ.มีอัตรากำไรขั้นต้น 18.26% จาก 17.57% ในปีที่แล้ว และอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 9.18% จาก 8.53% ด้านอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) อยู่ที่ 1.29 เท่า

ทั้งนี้ บจ.จำนวน 448 บริษัท คิดเป็น 92.18% ของบริษัททั้งหมด 486 บริษัท (ไม่รวมบริษัทในกลุ่ม NC และ NPG) มีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานจำนวน 381 บริษัท และยอดขายอยู่ที่ 2,632,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.88% จากงวดเดียวกันปีที่แล้ว

ทั้งนี้ กำไรสุทธิที่เติบโตสูงแสดงถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนขายที่ดี ภาคธุรกิจที่มีความโดดเด่น ได้แก่ บริษัทในภาคการเงินและการผลิตที่เติบโตดี เนื่องจากสินเชื่อภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ขยายตัว ดัชนีหุ้นและมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหุ้นไทยที่เพิ่มขึ้นสูง และทิศทางของธุรกิจประกันภัยที่ดีขึ้นจากรายได้เบี้ยประกันภัยและการลงทุน ขณะที่ผลกระทบจากน้ำท่วมลดลง

สำหรับ บจ.ในภาคการผลิต โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศมียอดขายและกำไรเติบโตโดดเด่น ได้แก่ พาณิชย์ ยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และการแพทย์

นอกจากนี้ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยมีผลงานดีขึ้นและมีทิศทางเติบโตดีต่อเนื่องจากมูลค่างานรอส่งมอบ (แบ็กล็อก) อยู่ในระดับสูง ส่วนธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์มีทิศทางดีขึ้นแม้จะยังมีแรงกดดันจากค่าแรงขั้นต่ำ การแข็งค่าของเงินบาท และเศรษฐกิจโลกที่ยังชะลอตัว ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยังส่งผลต่อธุรกิจในหมวดการเกษตร อาหารและเครื่องดื่ม แฟชั่น และของใช้ในครัวเรือนและสำนักงานด้วย

ทางด้านบริษัท บ้านปู (BANPU) นางสมฤดี ชัยมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 2 นี้ ยอมรับว่าจะต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อน เพราะราคาถ่านหินปีนี้ต่ำกว่าและไม่ได้ดีกว่าไตรมาสแรกของปีนี้ แม้ว่าระดับราคาถ่านหินที่ระดับ 87 เหรียญสหรัฐต่อตัน เชื่อว่าเป็นระดับต่ำสุดแล้ว แต่ในระยะ 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าราคายังนิ่งไม่ได้ขยับขึ้นเร็วเท่าที่คาด

ทั้งนี้ คาดว่าราคาของถ่านหินในอินโดนีเซียเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 92 เหรียญสหรัฐ และในออสเตรเลียราคาเฉลี่ยปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับเกือบ 70 เหรียญสหรัฐ จากปีที่แล้ว 72 เหรียญสหรัฐต่อตัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามเร่งเพิ่มปริมาณการขาย โดยคาดว่าการผลิตถ่านหินในอินโดนีเซียปีนี้จะอยู่ที่ 29 ล้านตัน เพิ่มจาก 27.2 ล้านตันในปีที่ผ่านมา แต่ในส่วนของการผลิตในออสเตรเลียใกล้เคียงกับปีก่อนที่ระดับ 14.5 ล้านตัน ดังนั้นคาดว่ารายได้รวมคงจะออกมาใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?