posttoday
กสิกรชูเอ็มพลัส2.5%ต่อปี

กสิกรชูเอ็มพลัส2.5%ต่อปี

20 พฤษภาคม 2556

บลจ.กสิกรไทยเผยกองตราสารหนี้โตไม่หยุด ส่งกอง K-MPLUS เหมาะพักเงิน คาดผลตอบแทน 2.5%

บลจ.กสิกรไทยเผยกองตราสารหนี้โตไม่หยุด ส่งกอง K-MPLUS เหมาะพักเงิน คาดผลตอบแทน 2.5%

นายจงรัก รัตนเพียร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย มีการเติบโตเฉลี่ยในกองทุนตราสารหนี้ตั้งแต่ปี 2551 ถึงเดือน มี.ค. 2556 ประมาณ 21% หรือเกือบ 2 เท่าของการเติบโตในส่วนที่เหลือของอุตสาหกรรม โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มกองทุนตราสารหนี้เป็นอันดับ 1 เพิ่มจาก 23% ในปี 2551 เป็น 30% ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มกองทุนตลาดเงินและกองทุนตราสารหนี้ บลจ.กสิกรไทย จึงออกกองทุนเปิดเค เอ็มพลัส (K-MPLUS) เสนอขายครั้งแรกวันที่ 27 พ.ค.-3 มิ.ย. 2556 นโยบายลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ เอกชนและสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ โดยลงทุนต่างประเทศสูงสุดได้ 50% พร้อมป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน คาดว่าผลตอบแทนของกองทุนประมาณ 2.5% ต่อปี ไม่เสียภาษี ซึ่งสูงกว่ากองทุนตลาดเงินประมาณ 0.20-0.25% และมีสภาพคล่องสูง ซื้อขายได้ทุกวันทำการ

“กองทุนนี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ลงทุนที่ต้องการพักเงินตั้งแต่ 1 สัปดาห์ขึ้นไปและคาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นจากการลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศที่มีอายุเฉลี่ยประมาณ 6 เดือน-1 ปี รวมทั้งสามารถรับความผันผวนจากการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุยาวกว่า ซึ่งอาจทำให้มีความผันผวนของมูลค่าสินทรัพย์ต่อหน่วย (NAV) แบบวันต่อวันอยู่บ้าง” นายจงรัก กล่าว

สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและผลตอบแทนของตราสารหนี้ในประเทศคาดว่าจะทรงตัวหรือปรับตัวในทิศทางขาลง โดยในระยะสั้นจะยังอยู่ในระดับต่ำและผันผวนต่อเนื่องจนกว่าจะผ่านวันที่ 29 พ.ค.นี้ ซึ่งปัจจุบันตลาดคาดการณ์ล่วงหน้าและทยอยปรับลดอัตราผลตอบแทนลงมาบ้างแล้ว แต่หากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาจริงก็อาจส่งผลกระทบต่อกองทุนตราสารหนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มีอัตราผลตอบแทนลดลงอีก

ขณะเดียวกันมองว่าโอกาสที่ดอกเบี้ยจะขึ้นเป็นไปได้ยาก ดังนั้น การเลือกลงทุนกับกองทุนตราสารหนี้ที่มีระยะเวลาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของตราสารหนี้ในพอร์ตยาวขึ้นและให้โอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจ แต่ยังมีสภาพคล่องดีพร้อมสับเปลี่ยนเงินลงทุนไปยังกองทุนอื่นในจังหวะที่เหมาะ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม

นายจงรัก กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของ บลจ.กสิกรไทย ปัจจุบันใกล้จะถึง 9 แสนล้านบาทแล้ว จากสิ้นปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 8.5 แสนล้านบาท ขณะที่เป้าหมายของปีนี้อยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย