posttoday
"พีทีจี เอ็นเนอยี" เปลี่ยนไป

"พีทีจี เอ็นเนอยี" เปลี่ยนไป

20 พฤษภาคม 2556

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันพีที ของ “พิทักษ์ รัชกิจประการ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,250 ล้านบาท เป็น 1,670 ล้านบาท เพื่อนำหุ้นจำนวน 420 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาท เสนอขายต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ในราคาหุ้นละ 3.90 บาท วันที่ 17 พ.ค. และ 20-22 พ.ค.นี้ เพื่อระดมทุน 1,600 ล้านบาท โดยมีบริษัท เซจแคปปิตอล เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน เป็นผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย พร้อมด้วย บล.ฟินันเซีย ไซรัส บล.เคจีไอ และผู้ร่วมรับประกันการจัดจำหน่ายคือ บล.เอเซีย พลัส บล.ทิสโก้ บล.ทรีนีตี้ และ บล.ฟิลลิป

บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันพีที ของ “พิทักษ์ รัชกิจประการ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,250 ล้านบาท เป็น 1,670 ล้านบาท เพื่อนำหุ้นจำนวน 420 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) 1 บาท เสนอขายต่อประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) ในราคาหุ้นละ 3.90 บาท วันที่ 17 พ.ค. และ 20-22 พ.ค.นี้ เพื่อระดมทุน 1,600 ล้านบาท โดยมีบริษัท เซจแคปปิตอล เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน เป็นผู้จัดการการจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย พร้อมด้วย บล.ฟินันเซีย ไซรัส บล.เคจีไอ และผู้ร่วมรับประกันการจัดจำหน่ายคือ บล.เอเซีย พลัส บล.ทิสโก้ บล.ทรีนีตี้ และ บล.ฟิลลิป

นักวิเคราะห์ในตลาดให้ราคาเป้าหมายปี 2556 ของ PTG ที่ 4.40-4.94 บาท หรือสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 11.5313 เท่า

นักวิเคราะห์ที่ให้ราคาต่ำสุด เชื่อว่าบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว โดยให้อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) เฉลี่ยในระดับที่สูงกว่า 20% และคาดหวังอัตราผลตอบแทนปันผลเฉลี่ย 2.6%

นักวิเคราะห์ที่ให้ราคา 4.90 บาท หรือพี/อี 12 เท่า ซื้อขายที่ราคาส่วนลด 5% จากพี/อีล่วงหน้าของตลาดที่ 12.6 เท่า โดยคำนวณกำไรต่อหุ้นปี 2556 แบบราคาลดลงเต็มที่ได้ที่ 0.41 บาท

“เรามองว่าบริษัทมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในการขยายสถานีบริการน้ำมันตลอด 5 ปีข้างหน้า ประกอบกับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของบริษัทเป็นผู้ประกอบการบริษัทขนส่งและผู้ผลิตสินค้าที่ใช้ยานพาหนะขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับลูกค้าของสถานีบริการเจ้าใหญ่อื่นในตลาด ตลอดจนประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ที่ย่อมทำให้การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงสูงมากขึ้นในประเทศที่จะส่งผลดีต่อบริษัทในอนาคต”

นักวิเคราะห์ที่ให้ราคาสูงสุด 4.94 บาท เชื่อว่า PTG เป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาดสถานีบริการน้ำมันดีเซลท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยยังสามารถได้รับประโยชน์สูงจากการประหยัดต่อขนาดของระบบขนส่งที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกันมีความยืดหยุ่นในการเปิดสาขาอย่างรวดเร็วด้วยการเช่า และคาดว่าจะสามารถจ่ายปันผลได้ 0.13 บาท สำหรับงวดปี 2556

พิทักษ์ กล่าวว่า เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำมาใช้ในการขยายสถานีบริการน้ำมันทั้งในส่วนของสาขาสถานีบริการน้ำมันที่บริษัทบริหารเอง (COCO) และสถานีบริการน้ำมันที่ตัวแทนจำหน่ายน้ำมันบริหาร (DODO) รวม 155 สาขา และขยายสถานีบริการแบบครบวงจรทั้งกาแฟสดพันธุ์ไทย และร้านสะดวกซื้อ แมกซ์มาร์ท อีกทั้งการปรับปรุงด้านเทคโนโลยีและการซื้อรถบรรทุกน้ำมันเพิ่มเติมรองรับการขยายตัว

ที่สำคัญบริษัทจะลงทุนปรับปรุงภาพลักษณ์ของสถานีบริการน้ำมันพีทีที่ค่อนข้างเก่าเมื่อเทียบกับสถานีบริการน้ำมันรายอื่นให้ทันสมัยขึ้น

การระดมทุนครั้งนี้จะทำให้โฉมหน้าของสถานีบริการน้ำมันพีที เปลี่ยนไป

PTG ดำเนินธุรกิจหลักค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงโดยรับซื้อน้ำมันจากบริษัท ไทยออยล์ (TOP) มาขายปลีก มุ่งเจาะตลาดน้ำมันดีเซลท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยอาศัยคุณภาพสินค้าและบริการในระดับสูง ขณะเดียวกันก็รักษาต้นทุนให้อยู่ในระดับต่ำด้วยการดำเนินธุรกิจครบวงจรที่ให้ความสำคัญกับการบริหารระบบขนส่งด้วยตัวเอง

ชื่อของพีทีเป็นที่รู้จักกันดีในต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ เพราะเริ่มต้นก่อตั้งบริษัทภายใต้ชื่อบริษัท ภาคใต้เชื้อเพลิง ทำธุรกิจคลังน้ำมันและขยายมาทำสถานีให้บริการน้ำมัน จนกระทั่งปัจจุบันมีคลังน้ำมันทั้งหมด 7 แห่งครอบคลุมทุกภาค และมีสถานีบริการน้ำมันสิ้นปี 2555 จำนวน 574 สถานี เป็น COCO 397 สถานี ครอบคลุมทั่วประเทศยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีเป้าหมายเพิ่ม COCO เป็น130 สถานี รถขนส่งน้ำมัน 200 คัน

แต่ในกรุงเทพฯ ชื่อของสถานีบริการน้ำมันพีทียังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก มีเพียงสถานีเดียวคือย่านถนนเพชรบุรีตัดใหม่และภาพลักษณ์ดูไม่ทันสมัย

รายได้หลักของ PTG 47% มาจาก COCO รองลงมา 33% มาจากธุรกิจค้าส่งน้ำมันเชื้อเพลิงให้ผู้ค้าน้ำมันรายอื่นและผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และอีกประมาณ 19% มาจาก DODO

บริษัทมีแผนจะเพิ่มรถสิบล้อบรรทุกน้ำมันปีละ 30 คัน และรถพ่วงบรรทุกน้ำมันปีละ 50 คันใน 5 ปีข้างหน้า เปิดร้านกาแฟพันธุ์ไทยเพิ่ม 20 สาขาในปี 2556 เพิ่มและปรับปรุงร้านสะดวกซื้อในสถานีบริการแมกซ์มาร์ท 20 สาขาในปี 2556

ปรับปรุงภาพลักษณ์ของสถานีบริการน้ำมันพีที โดยปี 2556-2560 ปรับปรุงภาพลักษณ์สถานี COCO ปีละ 10 สถานี และ DODO ปีละ 35 สถานี โดยจะปรับปรุงและพัฒนาระบบสารสนเทศสำหรับการบริหารทรัพยากรองค์กร

อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในธุรกิจสถานีบริการน้ำมันค่อนข้างสูง และมีคู่แข่งเข้ามาเพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยปี 2552-2555 เพิ่มขึ้นจาก 1.9 หมื่นสถานี เป็น 2.1 หมื่นสถานี หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.56%

ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายรายปิดสถานีที่ไม่ทำกำไรหรือไม่ขยายเพิ่ม ยกเว้นสถานีบริการน้ำมันของ ปตท. และบริษัท ซัสโก้ (SUSCO) ซื้อกิจการปิโตรนาสของมาเลเซียและพีทีที่เข้าซื้อกิจการสถานีบริการน้ำมันอื่นที่ผิดสัญญาหรือหมดอายุสัญญาลง

“เราเลือกและขยายฐานลูกค้าโดยเน้นเปิดสถานีบนถนนสายรอง เน้นกลุ่มใช้น้ำมันประจำที่มีการเติมน้ำมันซ้ำ เช่น เกษตรกร รถขนส่งที่การแข่งขันไม่รุนแรงเท่าสายหลัก และจะขยายฐานลูกค้าจากการปรับภาพลักษณ์สถานีบริการ”

PTG มีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว 5% เทียบผู้ค้ารายใหญ่อย่าง ปตท. บางจาก เชลล์ เอสโซ่ และเชฟรอน รวมกัน 78% จึงมีโอกาสทางการตลาดอีกกว่า 17% ที่ให้ PTG เติบโตด้วยการเข้าซื้อหรือเช่าสถานีบริการน้ำมันในท้องถิ่น

ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจของบริษัทคือ

ประการแรก พึ่งพิง TOP มากเกินไป เพราะรับซื้อน้ำมันจากบริษัทนี้สูงถึงกว่า 90%

ประการที่สอง ความผันผวนของราคาน้ำมัน

ประการที่สาม ความผันผวนของค่าการตลาด

ประการที่สี่ มาตรการรัฐ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร