
ทีวีแข่งดุแย่งผู้ซื้อ/ชิงผู้ชม
รอบสัปดาห์นี้ ธุรกิจทีวีร้อนระอุมากๆ ทั้งฝั่งผู้ผลิตทีวีที่เตรียมคลอดทีวีรุ่นใหม่ กระตุ้นต่อมอยากซื้อทีวีของผู้บริโภค ที่มองหาทีวีขนาดใหญ่ขึ้น รองรับการชมรายการ เล่นเกมได้จุใจขึ้น
รอบสัปดาห์นี้ ธุรกิจทีวีร้อนระอุมากๆ ทั้งฝั่งผู้ผลิตทีวีที่เตรียมคลอดทีวีรุ่นใหม่ กระตุ้นต่อมอยากซื้อทีวีของผู้บริโภค ที่มองหาทีวีขนาดใหญ่ขึ้น รองรับการชมรายการ เล่นเกมได้จุใจขึ้น เช่น ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ที่วางแผนออกทีวีรุ่นใหม่ 80 รุ่น ขณะที่ แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ไม่น้อยหน้า เพิ่งเปิดตัวทีวีสามมิติแอลจี 84 อัลตร้า เอชดี ซีนีม่า ทรีดี ไปหมาดๆ
ฝากค่ายเพย์ทีวี ก็แข่งขันไม่น้อยหน้า โดย ซีทีเอช ยักษ์ใหญ่วงการเคเบิลทีวี เพิ่งจับมือ ฟ็อกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แชนแนล นำเนื้อหารายการของฟ็อกซ์มาออกอากาศในช่องของซีทีเอช โดยจะมีรายการใหม่ที่ไม่เคยออกอากาศที่ไหนมาก่อน มาออกอากาศด้วย นอกจากนี้ยังเปิดตัวแพ็กเกจรับชมรายการราคาเบาๆ เอาใจสมาชิกส่วนใหญ่ที่อยู่ต่างจังหวัด แต่ยังไม่ยอมบอกราคาแพ็กเกจชมถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก ขณะที่ ทรูวิชั่นส์ เตรียมแผนปรับระบบการออกอากาศเป็นแบบเอชดีให้ครบ 30 ช่องในไตรมาส 3 และเปิดตัวแพ็กเกจรับชมรายการใหม่อีก 2 แพ็กเกจ อุดช่องโหว่ หลังหมดสัญญาถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษแล้ว เพื่อไม่ให้ถูกคู่แข่งแย่งสมาชิกไป
ขณะที่วงการอสังหาริมทรัพย์ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทยเพิ่งจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 28 ไป ผลสรุปว่า ยอดขายบ้านในงานลดจากปีก่อน เพราะคนที่เคยซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อลงทุน หันไปลงทุนตลาดเงินตลาดหุ้นแทน เนื่องจากได้ผลตอบแทนดีกว่า ดังนั้นทางสมาคมจึงเตือนผู้ประกอบการบ้านควรชะลอลงทุนบ้าง เพราะขืนเดินหน้าเต็มที่ลงทุนสร้างโครงการใหม่ อาจเสี่ยงเจ็บตัวสูง ซึ่งดูเหมือนฝั่งผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างก็มองเห็นแนวโน้มนี้ จึงวางแผนปรับตัวจ้าละหวั่น เช่น พฤกษา เรียลเอสเตท ที่เน้นพัฒนาโครงการเจาะตลาดลูกค้าที่ต้องการอยู่อาศัยจริงมากขึ้น หรือไม่ก็เน้นสร้างโครงการที่ราคาขายต่ำกว่า 5 ล้านบาท แทนที่จะไปเจาะตลาดพรีเมี่ยม ขณะที่ พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เน้นกระจายความเสี่ยงการลงทุนโครงการหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่บ้านเดี่ยวหรูราคา 30 ล้านบาท ไปจนถึงคอนโดมิเนียมราคา 1 ล้านบาทปลายๆ รวมทั้งวางแผนสร้างรายได้ระยะยาวมากขึ้น โดยการทำกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้กระทั่งการเปิดคอมมูนิตี้ มอลล์ หน้าโครงการที่พัฒนาไปแล้ว เป็นต้น
ฟากธุรกิจท่องเที่ยวคงปลื้มใจไม่น้อย เมื่อในงานประชุมสุดยอดด้านการลงทุนธุรกิจโรงแรมแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจัดขึ้นในไทย วันที่ 1516 พ.ค.ที่ผ่านมา และมีการจัดทำแบบสำรวจความคิดเห็นประเทศต่อไปที่นักลงทุนสนใจลงทุนที่สุดในภูมิภาคนี้ โดยในงานมีผู้ร่วมงานกว่า 200 ราย พบว่าไทยได้รับคะแนนเสียงจากผู้ร่วมประชุมสูงสุดในอาเซียน ฟากผู้ประกอบการโรงแรมมองสาเหตุที่ไทยได้รับคะแนนเสียงมากว่าเป็นเพราะการลงทุนโรงแรมในยุโรปทำได้ยากขึ้น จึงจะหันมาลงทุนในอาเซียนที่การท่องเที่ยวกำลังเติบโต และประเทศไทยก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวเติบโตโดดเด่นถ้าเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค เบื้องต้น โลทาห์ อาร์ เพห์ รองประธานอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก สตาร์วูด โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท ก็วางเป้าหมายว่าใน 5 ปี อยากขยายโรงแรมในไทยถึง 10 แห่ง
สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภคก็ไม่น้อยหน้า เร่งออกผลิตภัณฑ์ใหม่เอาใจผู้บริโภคยุคใหม่กันเป็นการใหญ่ เช่น อนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งพรานทะเล ที่ปีนี้เตรียมทุ่มทุนสร้าง จับตลาดอาหารนึ่งสำเร็จรูปชนิดซอง หรือรีทอร์ท เพาซ์ ล่าสุดเพิ่งเปิดตัว ข้าวมือถือพรานทะเล 3 รสชาติไป เพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตแบบเร่งรีบ เบื้องต้นใช้งบลงทุนถึง 30 ล้านบาท โดยใช้ไปแล้ว 10 ล้านบาท เพื่อลงทุนซื้อเครื่องจักรใหม่ ผลิตข้าวมือถือ โดยมีกำลังผลิต 56 หมื่นซองต่อวัน ส่วนอีก 20 ล้านบาท เตรียมใช้ลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตอีกปีหน้า รองรับแผนส่งออกข้าวมือถือนั่นเอง
ด้านผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมประชุม สัมมนา อย่าง เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ และ เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ ประกาศเดินหน้าเต็มสูบบุกตลาดอาเซียน รองรับทิศทางการประชุมสัมมนาที่น่าจะสนใจมาจัดงานประเทศในอาเซียนมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับกระแสการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดย เอ็น.ซี.ซี. สนใจทั้งไปบริหารศูนย์ รับเป็นที่ปรึกษาก่อสร้างศูนย์ประชุม การทำตลาดศูนย์ประชุม จนถึงการนำงานไปจัดเอง ซึ่งประเทศแรกที่มองไว้ คือ เมียนมาร์ รองลงมาคือ เวียดนาม และลาว ขณะที่ในประเทศก็พร้อมหาศูนย์ประชุมใหม่ๆ มาบริหาร จากปัจจุบันมีอยู่ 2 แห่ง คือ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และศูนย์การประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ขณะที่อสังหาริมทรัพย์ค่ายยักษ์ใหญ่คิวเฮ้าส์ ก็สร้างความฮือฮาให้ธุรกิจโรงแรมด้วยการประกาศเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของเซ็นเตอร์ พอยต์ จากเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ เป็นโรงแรม ด้วยงบลงทุนกว่า 1,100 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การเข้าพักของชาวต่างชาติที่เปลี่ยนจากพักระยะยาว มาเป็นการพักระยะไม่เกิน 1 เดือนมากขึ้น และยังเป็นการขานรับกับทิศทางการท่องเที่ยวไทยที่เติบโต โดยคาดว่าปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 24 ล้านคน เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน ซึ่งหลังจากนี้ก็จะนำแบรนด์เซ็นเตอร์ พอยต์ ลุยตลาดโรงแรมเต็มที่ ด้วยการรับบริหารโรงแรม และขยายโรงแรมในต่างจังหวัดด้วย โดยพื้นที่ที่ศึกษาอยู่คือ ศรีราชา เพราะนอกจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว ยังมีนิคมอุตสาหกรรมอยู่มาก จึงมีโอกาสรองรับลูกค้าได้ทั้งกลุ่มที่พักระยะสั้นและระยะยาว ส่วนปัจจุบันโรงแรมเซ็นเตอร์ พอยต์ มี 7 แห่ง โดยแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ เทอร์มินอล 21 เป็นโรงแรมใหม่ที่ขออนุญาตเป็นโรงแรมตั้งแต่เริ่มธุรกิจ ที่เหลืออีก 6 แห่ง เป็นการทยอยเปลี่ยนจากเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ เป็นโรงแรม







