
กองทุนรวมไทยแจ๋ว
นักลงทุน24ปท.เทคะแนนเป็นที่3ของโลก กลต.ปลื้มลุยปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่อ
นักลงทุน24ปท.เทคะแนนเป็นที่3ของโลก กลต.ปลื้มลุยปรับปรุงหลักเกณฑ์ต่อ
มอร์นิ่งสตาร์ เผยผลสำรวจกองทุนรวมไทยได้คะแนน B สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ก.ล.ต.รับลูกยกระดับให้สูงขึ้น
นายพีร์ ยงวณิชย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) กล่าวว่า จากการวิจัยประสบการณ์ในการลงทุนของนักลงทุนที่มีต่อกองทุนรวมทั่วโลกจำนวน 24 ประเทศ ในทวีปอเมริกา ยุโรป เอเชีย และแอฟริกา พบว่า ประเทศไทยได้คะแนนรวมในระดับ B ซึ่งถือเป็นระดับที่ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาได้คะแนน A และเกาหลีใต้ได้คะแนน B+ ขณะที่แอฟริกาใต้ได้คะแนนต่ำสุด คือ D
ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวเน้นการศึกษา 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ 1.กฎเกณฑ์การกำกับดูแลและภาษี 2.การเปิดเผยข้อมูล 3.ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย 4.การซื้อขายและบทบาทของสื่อ
“ประเทศไทยได้คะแนนสูงที่สุดใน 24 ประเทศ ในเรื่องภาษี ขณะที่เรื่องค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายได้คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ย เนื่องจากกองทุนส่วนใหญ่เก็บค่าธรรมเนียมต่ำ การเปิดเผยข้อมูลได้คะแนนในระดับปานกลาง แต่ประเทศไทยได้คะแนนต่ำที่สุดในเรื่องช่องทางการขายที่มีอยู่จำกัด และขาดการประชาสัมพันธ์ในการลงทุนระยะยาว” นายพีร์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจครั้งก่อน เมื่อปี 2554 ประเทศไทยได้คะแนนรวมต่ำลง เนื่องจากในต่างประเทศมีการปรับปรุงการนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนให้สั้นลง ขณะที่หนังสือชี้ชวนของไทยมีเนื้อหาที่ยาวเกินไป และยังขาดข้อมูลที่สำคัญ คือ ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ ชื่อและประสบการณ์ของผู้จัดการกองทุน
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ผลการวิจัยครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจจัดการกองทุนรวมไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรักษามาตรฐานไว้ โดยยังมีประเด็นที่ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
“หลายเรื่องซึ่งเป็นข้อสังเกตในงานวิจัย ก.ล.ต. ร่วมกับภาคธุรกิจได้ปรับปรุงไปแล้ว 2 เรื่อง ได้แก่ การกำหนดให้เนื้อของ Fund Fact Sheet มีข้อมูลสำคัญแต่ความยาวไม่เกิน 4 หน้า ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา และเพิ่มใบอนุญาต Fund Supermart เพื่อเพิ่มช่องทางขายหน่วยลงทุนให้มากขึ้น ซึ่งคณะกรรมการ ก.ล.ต.อนุมัติไปแล้ว และจะมีผลภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดย ก.ล.ต.จะลดค่าธรรมเนียมให้หากขายหน่วยลงทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดกองทุน (บลจ.) หลายแห่ง” นายวรพล กล่าว
นอกจากนี้ นายวรพล กล่าวว่า ก.ล.ต.ยังอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 5 เรื่อง ได้แก่ 1.) การเพิ่มทางเลือกลงทุน โดยคาดว่าภายในไตรมาส 3 ปีนี้ จะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยสามารถซื้อกองทุนรวมในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ หลังจากก่อนหน้านี้ที่เปิดให้เฉพาะนักลงทุนสถาบัน
2.) อยู่ระหว่างการพัฒนาหลักสูตรที่ปรึกษาการลงทุนกองทุน 3.) สนับสนุนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ 4.) ให้ความรู้ด้านการลงทุนระยะยาว และ 5.) การปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการกองทุน ที่อิงกับผลการดำเนินงานของกองทุน เหมือนกับต่างประเทศ โดยกองทุนสามารถเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มได้หากมีผลดำเนินงานที่ดี แต่ต้องลดค่าธรรมเนียมลงหากผลการดำเนินงานไม่ดี
อย่างไรก็ตาม นายวรพล กล่าวว่า หลักการดังกล่าวเป็นเพียงการเปิดช่องทางไว้ แต่เชื่อว่า กองทุนรวมของไทยจะไม่มีการกำหนดค่าธรรมเนียมในแนวทางดังกล่าว เพราะในปัจจุบันเก็บค่าธรรมเนียมต่ำอยู่แล้วนอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้มี บลจ.ยื่นขอจัดตั้งเป็นผู้บริหารกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) บ้างแล้ว และมี บลจ. 1 ราย ที่ยื่นเอกสารขอเป็นผู้ดูแลกองทรัสต์ (ทรัสตี) จากที่มีธนาคารแสดงความสนใจ 3 ราย







