posttoday
ชูจีเอสวันคุ้มครองผู้บริโภค

ชูจีเอสวันคุ้มครองผู้บริโภค

17 พฤษภาคม 2556

สคบ.หนุนระบบใหม่ตรวจสอบสินค้า เตรียมนำร่องธุรกิจขายตรง

สคบ.หนุนระบบใหม่ตรวจสอบสินค้า เตรียมนำร่องธุรกิจขายตรง

สคบ.รับลูกอาเซียน จัดระเบียบสินค้าผ่านระบบ “จีเอสวัน” เอื้อผู้บริโภค นำร่องสินค้าธุรกิจขายตรง

นายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอาเซียนด้านการคุ้มครองผู้บริโภค (เอซีซีพี) เสนอให้แต่ละประเทศจัดระเบียบสินค้าภายในประเทศของตัวเองด้วยการใช้มาตรฐานระบบจีเอสวัน นำรหัสตัวเลข 13 หลักเข้าไปกำกับสินค้าทุกประเภท สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เห็นว่าเรื่องดังกล่าวเป็นประโยชน์ จึงนำเรื่องดังกล่าวมาใช้กับประเทศไทย โดยจะนำร่องในกลุ่มธุรกิจขายตรงก่อน

“รหัส 13 หลัก จะช่วยให้ผู้บริโภคทราบว่าสินค้าที่พบปัญหาผลิตที่ใด บริษัทใดผลิต และมีคุณสมบัติอย่างไร ทำให้ตรวจสอบสินค้าได้ง่าย รวมถึงการฟ้องร้องเอาผิด ปัจจุบันยังมีสินค้าที่ไม่มีมาตรฐานระบบจีเอสวันอยู่หลายประเภท ซึ่ง สคบ.จะเร่งดำเนินการ” นายจิรชัย กล่าว

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีผู้ประกอบการธุรกิจขายตรงที่ยังคงดำเนินการอยู่ 353 บริษัท แต่มีผู้ที่นำสินค้ามาเข้ารับรหัสสากลเพียง 3 บริษัทเท่านั้น ทาง สคบ.จะพยายามทำให้ผู้ประกอบการเข้าใจถึงประโยชน์ของการใช้ระบบจีเอสวัน และจะลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ร่วมกับสถาบันรหัสสากล สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการจัดระเบียบสินค้าแต่ละประเทศ หลังจากดำเนินการกับกลุ่มธุรกิจขายตรงแล้ว กลุ่มต่อไปที่จะดำเนินการ คือ กลุ่มสินค้าเครื่องนุ่งห่ม และสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า

นอกจากนี้ การดำเนินการดังกล่าว ยังเป็นการเตรียมพร้อมรับมือการเคลื่อนย้ายสินค้าเสรีจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ด้วย เพราะสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ไม่ได้รับผิดชอบสินค้าทุกประเภท สคบ.ในฐานะหน่วยงานกลาง เชื่อว่าการผลักดันสินค้าแต่ละประเภทเข้าสู่ระบบจีเอสวันจะช่วยบรรเทาปัญหาได้

นายจิรชัย กล่าวว่า ไทยยังเตรียมจัดโครงการเยาวชนอาเซียนเพื่อผู้บริโภค ภายในงานจะฉายภาพให้เห็นว่าเยาวชนควรเข้าไปมีบทบาทคุ้มครองตัวเองอย่างไรในฐานะที่เป็นผู้บริโภค อาเซียนภาพรวมมีการคุ้มครองผู้บริโภคในระดับใด เยาวชนแต่ละประเทศเป็นอย่างไร และมีการแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น ถึงการดำเนินการคุ้มครองผู้บริโภคของภาครัฐแต่ละประเทศ คาดว่าจะมีตัวแทนทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมโครงการกว่า 400 คน ซึ่งจะจัดงานในเดือน ส.ค.นี้

ส่วนกรณีที่สภาผู้บริโภคอาเซียน ต้องการให้อาเซียนใช้นโยบายหนึ่งแบรนด์ หนึ่งนโยบาย (One Brand One Policy) เมื่อสินค้าชนิดหนึ่งถูกห้ามจำหน่ายในประเทศใด ให้ห้ามจำหน่ายทั่วอาเซียนนั้น นโยบายดังกล่าวยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้ เนื่องจากหลายประเทศในอาเซียน เช่น เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา ยังไม่ยอมรับเครือข่ายผู้บริโภคภาคเอกชน ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน