
ดันสินค้าเกษตรไทยขึ้นทะเบียน GI
ปัจจุบันทุกหน่วยงานกำลังเร่งผลักดันให้สินค้าเกษตรและหัตถกรรมของไทยจดทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อให้ความคุ้มครองชื่อหรือเครื่องหมายต่างๆ
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ปัจจุบันทุกหน่วยงานกำลังเร่งผลักดันให้สินค้าเกษตรและหัตถกรรมของไทยจดทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เพื่อให้ความคุ้มครองชื่อหรือเครื่องหมายต่างๆ ที่เป็นชื่อเมืองหรือท้องถิ่นที่ใช้บนฉลากของสินค้านั้นๆ ซึ่งส่งผลให้ผู้ผลิตคนอื่นที่อยู่นอกแหล่งภูมิศาสตร์จะไม่สามารถผลิตสินค้าโดยใช้ชื่อแหล่งภูมิศาสตร์เดียวกันมาแข่งขันได้
นั่นหมายความว่าสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จะได้รับการคุ้มครองผู้ผลิตและป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมจากการแสวงหาประโยชน์จากชื่อเสียงของชุมชนอื่นๆ ที่ผลิตสินค้าชนิดเดียวกัน และยังเป็นเครื่องมือทางการตลาดในการเพิ่มมูลค่าสินค้าให้กับผู้ผลิตได้อีกทาง
ขณะเดียวกันก็เป็นเครื่องหมายที่การันตีในการคุ้มครองผู้บริโภคว่าจะได้บริโภคสินค้าหรือบริการที่มีมาตรฐานและปลอดภัยตามที่ต้องการ ไม่ว่าในแง่คุณภาพ ชื่อเสียง หรือคุณลักษณะใดๆ เช่น วิธีการผลิต วัตถุดิบที่ใช้ ดังนั้น การคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น และยังช่วยกรุยทางส่งสินค้าไปขายในตลาดโลกมากขึ้น
ปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีการประกาศขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รวมแล้ว 46 รายการ ซึ่งเป็นทั้งสินค้าที่มาจากภาคเกษตรกรรมโดยตรงและสินค้าที่มาจากภาคหัตถกรรมทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เช่น ข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ หอยนางรมสุราษฎร์ธานี ไข่เค็มไชยา สับปะรดภูแลเชียงราย หมูย่างเมืองตรัง มะขามหวานเพชรบูรณ์ ส้มโอนครชัยศรี ไวน์ที่ราบสูงภูเรือ ผ้าไหมแพรวากาฬสินธุ์ ผ้าไหมมัดหมี่ชนบท ผ้าไหมยกดอกลำพูน ผ้าตีนจกแม่แจ่ม ร่มบ่อสร้าง ศิลาดลเชียงใหม่ เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง เครื่องปั้นดินเผา เกาะเกร็ด เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างยื่นคำขอจดทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในสหภาพยุโรป 2 รายการ คือ กาแฟดอยตุง และกาแฟดอยช้าง รวมทั้งในอนาคตยังได้เตรียมยื่นจดทะเบียนสินค้า GI ในต่างประเทศอีกหลายตัว ได้แก่ เส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสาน ยื่นต่อประเทศเวียดนาม และข้าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ยื่นต่อสหภาพยุโรป ซึ่งนั่นหมายความว่าเรากำลังช่วยกันสร้างมูลค่าเพิ่ม และยกระดับให้สินค้าภาคเกษตรและหัตถกรรมของไทยให้เกิดการยอมรับในคุณภาพและมาตรฐานไปทั่วโลก ด้วยการใช้จุดแข็งทางภูมิศาสตร์จากแหล่งผลิตสินค้าของไทยที่มีอยู่ทุกภูมิภาคมาพัฒนาด้านการบริหารจัดการด้านคุณภาพและมาตรฐานการผลิต
ทั้งเร่งกำหนดกลยุทธ์สร้างแบรนด์สินค้าและพัฒนาแผนการทำตลาดให้เป็นที่รู้จัก ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญให้การแข่งขันสินค้า GI ของไทยบนเวทีการค้าโลกยืนหยัดอยู่ในระดับแนวหน้าได้ท่ามกลางการแข่งขันที่นับวันจะเข้มข้นขึ้นทุกที อีกทั้งยังเป็นการขยายโอกาส ช่วยส่งเสริมและกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของไทยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาผู้ประกอบการและชุมชน เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญารูปแบบหนึ่ง
อย่างไรก็ดี ในปีนี้ ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization : WIPO) ซึ่งมีประเทศสมาชิกทั่วโลกกว่า 180 ประเทศ จัดการประชุมสัมมนาสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์โลกขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ให้กับเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้นำในชุมชนของตนในการพัฒนาต่อยอดผลผลิตในแต่ละท้องถิ่นให้ก้าวสู่การเป็นสินค้า GI อย่างมีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับระดับสากล และรับการขอขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ในเวทีโลกต่อไป
ทั้งนี้ การตื่นตัวเรื่องการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของสินค้าเกษตรและหัตถกรรมของไทยครั้งนี้ นับเป็นการส่งเสริมสถานะของประเทศไทยในการเป็นผู้นำเรื่องสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามแผนปฏิบัติการด้านทรัพย์สินทางปัญญาอาเซียน รวมถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืนด้วย







