posttoday
ค่ายรถยนต์ใหญ่พลิกเกม เร่งโครงการร่วมศึกอีโคคาร์

ค่ายรถยนต์ใหญ่พลิกเกม เร่งโครงการร่วมศึกอีโคคาร์

13 เมษายน 2553

 

 

กลายเป็นปรากฏการณ์แปลกใหม่อีกครั้งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่รถยนต์ในโครงการอีโคคาร์คันแรกอย่างนิสสันมาร์ชกวาดยอดจองถล่มทลายในช่วงที่ผ่านมา โดยนับจากวันเปิดตัววันแรก มีรายงานยอดจองเข้ามาอย่างไม่เป็นทางการสูงมากกว่า 8,000 คัน เหนือกว่าการคาดการณ์

ทั้งที่หลายๆ คนประเมินในเบื้องต้นว่าการเปิดตัวของมาร์ชดูจะไม่ค่อยราบรื่น เมื่อจะต้องเจอกับกระแสม็อบเสื้อแดงในช่วงของการเปิดตัวแบบเต็มๆ ทั้งที่อุตส่าห์วางตารางการเปิดตัวไว้ที่ 2 สัปดาห์ ก่อนการเปิดงานมอเตอร์โชว์

แต่แล้วสัปดาห์แรกของการเปิดตัวก็ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด เพียงแต่ลูกค้าเปลี่ยนที่ชมรถไปที่โชว์รูมกันมากขึ้น ในช่วง 3 วันแรกของการเปิดตัว นิสสันฟันยอดจองมาร์ชไปเหนาะๆ 3,000 คัน ก่อนมาปิดตัวเลขในงานมอเตอร์โชว์ที่ยอดจองรวมมากกว่า 8,000 คัน ลูกค้าที่จองช้ากว่าจะได้รับรถยนต์ก็ปาเข้าไปเดือน ก.ย.

นอกจากอีโคคาร์ที่ขายดีมากแล้ว แรงกระเพื่อมอย่างต่อเนื่องของอีโคคาร์ยังเป็นการช่วยผลักดันตลาดรถยนต์นั่งที่เติบโตอยู่แล้วให้เติบโตมากขึ้น โดย วัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ประเมินว่าตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ลงไป จะมีส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์นั่งในปีนี้ 6070% เพิ่มจากปีที่ผ่านมาที่มีอยู่ 50% แม้ก้อนเค้กจะขยายขึ้นเป็น 3.23.3 แสนคันก็ตาม

การที่นิสสันมาร์ชมีไลน์สินค้าที่ไม่สมบูรณ์ โดยในรุ่นเกียร์อัตโนมัติต้องใช้เวลานานกว่า 3 เดือนกว่าจะส่งมอบสินค้า ทำให้ลูกค้าที่ไม่อยากรอหันไปซื้อรถยนต์ยี่ห้ออื่นทดแทน ซึ่งเรื่องนี้ สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) ออกมายืนยันปรากฏการณ์ดังกล่าวว่า

“ถ้าเทียบราคาจำหน่ายรุ่นท็อปกับรถเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ถือว่าไม่ต่างกันมาก และจากประสบการณ์ที่เราทำตลาดมาลูกค้าชาวไทยไม่ชอบรอ แม้จะเป็นลูกค้าคนละกลุ่ม แต่เมื่อลูกค้าเดินมาเปรียบเทียบกันก็ทำให้ตัดสินใจเป็นเจ้าของได้เร็วขึ้น”

การตอบรับของรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ยังเป็นตัวจุดชนวน ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ที่ยื่นขอการลงทุนในโครงการดังกล่าว ต้องปรับแผนเร่งมือกันอย่างเต็มที่ จากเดิมที่ทั้งฮอนด้า โตโยต้า มิตซูบิชิและซูซูกิ ล้วนแต่บอกว่าจะเปิดตัวอีโคคาร์ในปี 2555

แต่สถานการณ์ล่าสุด มีการเร่งเครื่องเดินหน้าเพื่อเปิดตัวอีโคคาร์ให้ได้เร็วขึ้นกว่าแผนงานเดิม โดยฮอนด้าเริ่มด้วยการนำรถต้นแบบเข้ามาแสดงในงานมอเตอร์โชว์ครั้งล่าสุด พร้อมทั้งประกาศจะวางตลาดรถยนต์ในโครงการอีโคคาร์ในช่วงปี 2544

ขณะที่มิตซูบิชิมีการนัดแนะระหว่างผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกับบีโอไอในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนที่จะออกมาประกาศว่าจะเดินหน้าโครงการอีโคคาร์ให้เร็วขึ้นกว่าที่กำหนด โดยจะเริ่มผลิตในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2554 ก่อนจะจำหน่ายจริงในช่วงต้นปี 2555

รวมไปถึงโตโยต้าที่มีข่าวลือว่าเร่งเครื่องอีโคคาร์ให้ทันในเดือน มี.ค. 2554 เช่นเดียวกัน ที่เหลือก็มีแค่ซูซูกิเท่านั้น ที่ยังไม่มีประกาศเลื่อนแผนงานเดิมแต่อย่างใด ยังคงเดินหน้าลงทุนในส่วนของโรงงานอย่างต่อเนื่อง

และนี่คือผลโดยรวมจากความสำเร็จของอีโคคาร์ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ประกอบการทุกรายคงไม่อยากที่จะตกขบวนรถในครั้งนี้อย่างแน่นอน!!!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน