
กลุ่มปตท.เจาะเออีซี
PTTขอศึกษาคอมเพล็กซ์เวียดนาม1ปีไทยออยล์หาลู่ทางธุรกิจเพื่อนบ้าน
PTTขอศึกษาคอมเพล็กซ์เวียดนาม1ปีไทยออยล์หาลู่ทางธุรกิจเพื่อนบ้าน
ปตท.ขอเวลา 1 ปี ศึกษาลงทุนโรงกลั่นปิโตรในเวียดนาม หลังรัฐบาลไฟเขียว ไทยออยล์ สนใจโลจิสติกส์
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยกรณีรัฐบาลเวียดนามได้อนุมัติแผนการลงทุนโครงการสร้างโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีในจังหวัดบินห์ดินห์ ว่า ปตท.จะเร่งศึกษารายละเอียดโครงการ โดยเฉพาะวงเงินลงทุน ตลอดจนรูปแบบให้ชัดเจน คาดจะใช้เวลาศึกษา 1 ปี เนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้เงินลงทุนสูง และอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการในรายละเอียด
ทั้งนี้ ในเบื้องต้นโครงการลงทุนดังกล่าว ประกอบไปด้วย โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่กำลังผลิต 6.6 แสนบาร์เรลต่อวัน และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแบบครบวงจร ได้แก่ การผลิตอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดบินห์ดินห์ อยู่ทางตอนกลางของเวียดนาม ถือเป็นพื้นที่ตั้งที่มีศักยภาพเปรียบเหมือนอีสเทิร์นซีบอร์ดของภูมิภาคอาเซียนใกล้กับเมืองดานัง เชื่อมต่อไปยังทวายของเมียนมาร์ และเมืองเจนไนของอินเดียได้
“ในภาพรวมถือเป็นโครงการที่ดี เพราะมีทั้งโรงกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมี สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อย่างมาก” นายไพรินทร์ กล่าว
ก่อนหน้านี้ทางรัฐบาลเวียดนามได้ว่าจ้างให้บริษัท พีทีที เอ็นเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ (พีทีทีอีเอส) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ปตท. ทำการศึกษาโครงการลงทุนดังกล่าว และล่าสุดได้รับการอนุมัติในหลักการ ซึ่งประเมินกันว่าจะใช้เงินลงทุน 2.87 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 8 แสนกว่าล้านบาท
ด้านนายสรัญ รังคสิริ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท. กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 2557 จะสามารถเปิดให้บริการปั๊มน้ำมันในเมียนมาร์แห่งแรกที่เมืองย่างกุ้งได้ โดยใช้งบลงทุนประมาณ 5060 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นปั๊มมาตรฐานของ ปตท.ที่มีธุรกิจบริการเสริมรวมอยู่ด้วย โดยมองว่าในอนาคตความต้องการใช้น้ำมันในเมียนมาร์จะมีการขยายตัวตามการเติบโตของเศรษฐกิจ แม้ปัจจุบันจะมีการใช้น้ำมันจะอยู่ที่ 7 หมื่นบาร์เรลต่อวันก็ตาม ขณะเดียวกัน ปตท.ยังมีแผนเข้าไปปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันในเมียนมาร์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากยังมีกำลังการผลิตเพียง 23 หมื่นบาร์เรลต่อวันเท่านั้น
น.ส.ศิริพร มหัจฉริยวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการเงิน บริษัท ไทยออยล์ (TOP) กล่าวถึงแผนการลงทุนของบริษัท ว่า ในระยะสั้นจะเน้นในการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ และมีความยืดหยุ่นในการเลือกผลิตในผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มที่ดี
สำหรับแผนระยะกลางก็จะลงทุนและพัฒนาเพื่อให้ธุรกิจหลักมีการต่อยอด เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ที่ดำเนินการอยู่ ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างการศึกษาหาธุรกิจที่เหมาะสมสำหรับไทยออยล์ที่จะไปลงทุนยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เวียดนาม เมียนมาร์ และอินโดนีเซีย นอกจากนี้ในอนาคตยังมองหาธุรกิจใหม่ เช่น ธุรกิจโลจิกสติกส์
“เม็ดเงินลงทุนที่บริษัทเคยประกาศไว้มูลค่า 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ ก็ดำเนินการอยู่ บางโครงการก็ใกล้แล้วเสร็จ เช่น การปรับปรุงหน่วยกลั่น” น.ส.ศิริพร กล่าว







