posttoday
"ช่องแม็ก"ประตูชายแดนเชื่อมไทย-ลาว

"ช่องแม็ก"ประตูชายแดนเชื่อมไทย-ลาว

15 พฤษภาคม 2556

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

“ช่องเม็ก” ด่านรองรับการค้าชายแดนอยู่ในเขต อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี อยู่ห่างจากตัวเมืองเพียง 90 กิโลเมตร เป็นประตูสู่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ด้านเมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ

หากพูดถึงการค้าชายแดนระหว่างไทยและลาว พบว่ามีการขยายตัวต่อเนื่องไปในทิศทางเดียวกับการเติบโตของเศรษฐกิจลาว โดยนักลงทุนชาวไทยเป็นผู้เข้าไปลงทุนมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากจีน ประกอบกับชาวลาวชอบการบริโภคสินค้าไทย การค้าระหว่างกันจึงมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ

อินทิรา ซาฮีร์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ได้ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อทำการวิจัยเพื่อพัฒนาพื้นที่ (เอบีซี) เล่าว่า การค้าชายแดนไทยเป็นที่สนใจและได้รับการจับตามองมากขึ้น เนื่องจากระยะหลังปริมาณการค้าผ่านชายแดนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตัวเลขการค้าผ่านชายแดนช่องเม็กในปี 2555 เท่าที่ตรวจเช็กได้มีมูลค่า 9,000 กว่าล้านบาท และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 10% โดยยังไม่นับการค้านอกระบบที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงกว่านี้อีกหลายเท่าตัว หากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็จะยิ่งพัฒนาเส้นทางการค้าระหว่างไทยลาวมากขึ้น

นอกจากนี้ คณะยังได้ศึกษาถึงความเชื่อมโยงการนำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างไทยลาว พบว่าสินค้าส่งออกสำคัญของไทย คือ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะปูนซีเมนต์ เนื่องจากลาวกำลังขยายการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน โรงแรม และสนามกีฬา ส่วนสินค้านำเข้าจากฝั่งลาว คือ พืชผลทางการเกษตร เช่น กล้วยน้ำว้า กะหล่ำปลี รวมทั้งใบตองที่ใช้ห่อหมูยอของฝากขึ้นชื่อของ จ.อุบลราชธานี

สำหรับศักยภาพของช่องเม็กในปัจจุบันนั้นมีบทบาทด้านการท่องเที่ยวมากกว่าการค้า มีนักท่องเที่ยวผ่านเข้าออกปีละประมาณ 3 แสนกว่าคน รวมกับรถยนต์อีกปีละ 34 หมื่นคัน ซึ่งอาจดูไม่สูงนัก และยังมีโอกาสขยายตัวอีกมาก เพราะเส้นทางคมนาคมในลาวจากด่านนี้กำลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ด้าน พฤกษ์ เถาถวิล อาจารย์จากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มองอีกมุมหนึ่งว่า หลังจากช่องเม็กถูกยกระดับขึ้นเป็นด่านถาวร ก็ทำให้หลายอย่างเปลี่ยนไป บรรยากาศการค้าขายคึกคักน้อยลง และด้วยความที่เป็นชายแดนจึงทำให้เกิดพื้นที่การค้าสีเทา เช่น คาราโอเกะ ทั้งยังเป็นทางผ่านแรงงานข้ามแดน ส่งผลให้เกิดธุรกิจสีเทาตามมา โดยเฉพาะการค้าแรงงานเถื่อน ซึ่งจากสถิติที่เก็บได้พบว่ามีแรงงานชาวลาวที่เข้ามาทำงานแบบผิดกฎหมายในไทยมากถึง 3 แสนคน

เมื่อมองตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาอีสานใต้ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ได้มีการวางให้เป็นประตูสู่การท่องเที่ยวในลาวใต้ ซึ่งจะต้องเปิดกว้างขึ้นเพื่อทำหน้าที่รับและส่งประชาชนอินโดจีนให้ข้ามไปมาระหว่างกันได้ อีกทั้งยังทำหน้าที่เชื่อมเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจของเพื่อนบ้านที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วไว้

ทั้งนี้ จากศักยภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้เชื่อว่าการผลักดันให้อุบลราชธานีเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางเศรษฐกิจอินโดจีนในการเชื่อมต่อกับเวียดนาม กัมพูชา และลาว หรือแม้แต่การเชื่อมไปถึงท่าเรือน้ำลึกของเมียนมาร์ที่เมืองทวาย น่าจะเป็นแนวคิดที่มีความเป็นไปได้ และจะเป็นการยกระดับการค้าในบริเวณนี้ให้มีศักยภาพเพิ่มสูงขึ้นได้ไม่ยาก

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน