
กสทช.พร้อมร่วมกลุ่มกรีนตรวจสอบค่าบริการ3G
เลขาธิการ กสทช. ยินดีรับแนวร่วมกลุ่มกรีนของ "สุริยะใส" ตรวจสอบอัตราค่าบริการ 3G ใหม่และกำหนดวันหมดอายุพรีเพด
เลขาธิการ กสทช. ยินดีรับแนวร่วมกลุ่มกรีนของ "สุริยะใส" ตรวจสอบอัตราค่าบริการ 3G ใหม่และกำหนดวันหมดอายุพรีเพด
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวถึงกรณีที่นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน (Green Politics) ส่งนายจาตุรันต์ บุญเบญจรัตน์ และนายประกิต จันทร์สมวงศ์ เป็นตัวแทนมายื่นหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. ให้มีมาตรการตรวจสอบเอกชนที่เปิดให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz หรือ 3G ใหม่ และกรณีการกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงินว่า สำนักงาน กสทช. ยินดีที่นายสุริยะใส กตะศิลา และกลุ่มกรีน ติดตามตรวจสอบเรื่องอัตราค่าบริการ 3G ใหม่ และกรณีการกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นแนวร่วมในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวกับ กสทช. และสำนักงาน กสทช. ด้วยจุดประสงค์เดียวกันในการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน
สำหรับอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz นั้น ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz ที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2555 ต้องลดราคาอัตราค่าบริการลงไม่น้อยกว่า 15% โดยการลดราคาดังกล่าว หมายถึงทุกรายการส่งเสริมการขายของ 2G เดิมและ 3G เดิม หากจะนำมาใช้บน 3G ใหม่บนคลื่น 2.1 จะต้องลดราคาลงไม่น้อยกว่า 15% หากเป็นรายการส่งเสริมการขายใหม่จะต้องใช้เกณฑ์ราคาเฉลี่ยเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2555 (วันที่มีมติออกใบอนุญาต3Gใหม่) มาเป็นเกณฑ์ในการคำนวณและลดราคาลงไป 15% สำหรับราคาของอัตราส่งเสริมการขายใหม่
นายฐากร ย้ำว่า สรุปในภาพรวมจะเป็นวิธีใดก็ตามประชาชนจะต้องได้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz ในอัตราคาบริการที่ถูกลงไม่น้อยกว่า 15% ทุกรายการส่งเสริมการขาย ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด และบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคมและเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ตลอดจนมติที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ครั้งที่ 16/2556 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2556 ที่กำหนดแนวทางการตรวจสอบและกำกับดูแลอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขใบอนุญาตดังกล่าว สำนักงาน กสทช. จะดำเนินการบังคับทางปกครองตามขั้นตอนของกฎหมายทันที โดยเริ่มจากการตักเตือน สั่งปรับทางปกครอง จากนั้นจะพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตต่อไป
ในส่วนของการกำหนดวันหมดอายุในระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบเติมเงิน (พรีเพด) ได้กำหดให้การเติมเงินเข้าสู่ระบบทุกครั้งผู้ใช้บริการจะต้องได้รับระยะเวลาใช้งานไม่น้อยกว่า 30 วัน และให้นับรวมระยะเวลาการใช้งานที่ได้รับกับระยะเวลาที่ยังคงเหลืออยู่โดยมีระยะเวลาการสะสมวันสูงสุดอย่างน้อย 365 วัน และกรณีที่ผู้ให้บริการมีเงินค้างชำระแก่ผู้ใช้บริการเมื่อสัญญาเลิกกันผู้ให้ริการจะต้องคืนเงินค่าบริการที่คงเหลืออยู่ในระบบให้แก่ผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ผู้ให้บริการอาจกำหนดเงื่อนไขให้สามารถโอนเงินค่าบริการที่ชำระล่วงหน้าไว้ไปยังเลขหมายอื่นที่อยู่ในโครงข่ายเดียวกันด้วยก็ได้อีกด้วย







