
"ภาวุธ" ดันตลาดดอทคอมหนุนอีคอมเมิร์ซไทยเติบโต
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
พอพูดถึงอีคอมเมิร์ซไทย หนึ่งในเว็บไซต์ที่ให้บริการด้านซื้อขายบนโลกออนไลน์ต้องมีชื่อ “ตลาดดอทคอม” แน่นอน เพราะถือเป็นผู้นำการให้บริการที่ผลักดันตลาดอีคอมเมิร์ซให้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปี จน 12 ปีที่ผ่านมา มีผู้ให้บริการหน้าใหม่เข้ามาสร้างสีสันให้คึกคักมากขึ้น รวมถึงผู้ให้บริการร้านค้าแบบออฟไลน์เดิม เช่น บิ๊กซี เซ็นทรัล ต่างก้าวเข้ามาให้บริการเชิงออนไลน์ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดอีคอมเมิร์ซขยายตัว
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ ตลาดดอทคอม เปิดเผยว่า ไตรมาสแรกยอดขายเติบโต 23% โดยสินค้าที่ขายดีที่สุดในตลาดดอทคอม คือ แฟชั่น สุขภาพและความงาม นาฬิกา ขณะที่สินค้าที่เติบโตดีที่สุด คือ สินค้าแม่และเด็ก สินค้าแต่งรถ และของเล่นของสะสม ประกอบกับการสำรวจของราคูเท็น ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เห็นว่า คนไทยซื้อของออนไลน์มากขึ้นและแนะนำเพื่อนผ่านตลาดเติบโตขึ้น
นอกจากนี้ การเติบโตของแท็บเล็ตและ 3จี ในประเทศไทย ถือเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้อีคอมเมิร์ซขยายตัวขึ้นทั้งในเชิงยอดขายและผู้ซื้อ โดยจากการใช้งานแท็บเล็ตที่ง่าย เข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้เร็ว ราคาขายต่อเครื่องต่ำ สร้างให้เกิดนักช็อปออนไลน์ ช่วงอายุ 4160 ปีเพิ่มขึ้น ขณะที่บริการ 3จี ทำให้กลุ่มคนนอกเขตกรุงเทพฯ เปลี่ยนมาซื้อของออนไลน์มากขึ้นเช่นกัน
นั่นสะท้อนให้เห็นว่า การใช้งานผ่านแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน เริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นการเติบโตของเอ็มคอมเมิร์ซ หรือการซื้อขายผ่านอุปกรณ์พกพาจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ตลาดดอทคอม ยังได้ร่วมมือกับบริษัท บัตรเครดิต วีซ่า ดึงให้คนใช้บัตรเดบิตในการซื้อของออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากประเทศไทยมีผู้ถือบัตรเครดิต 15 ล้านใบ แต่มีผู้ถือบัตรเดบิต 30 ล้านใบ ด้วยจำนวนบัตรที่มากกว่า หมายถึงจำนวนและโอกาสซื้อที่มากกว่าด้วย และกลุ่มเด็กวัยรุ่นหรือคนเริ่มทำงานที่ยังไม่มีบัตรเครดิตก็สามารถซื้อได้ ทำให้ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตเติบโตกว่า 120%
สำหรับแนวโน้มอีคอมเมิร์ซในปีนี้ เห็นได้ชัดว่า จำนวนผู้ให้บริการน้อยลงไปมากเมื่อเทียบกับ 12 ปีที่ผ่านมา แต่จะมีผู้ให้บริการเฉพาะทางมากขึ้น นั่นคือเจาะจงขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม จะมีผู้ให้บริการระดับภูมิภาคจากมาเลเซียและสิงคโปร์เข้ามาแข่งขัน และสุดท้ายผู้ให้บริการในแต่ละประเภทจะเหลือผู้ให้บริการรายใหญ่ 34 รายเท่านั้น ส่วนผู้ให้บริการรายใหญ่ของโลก เช่น อีเบย์, อเมซอน อาจจะเข้าร่วมให้บริการในอีก 3-5 ปีข้างหน้า
“มีผู้ให้บริการบางรายใช้เงินมหาศาลทุ่มตลาด อัดแคมเปญเกินจริง เว็บลักษณะนี้ไม่สามารถสร้างรายได้และกำไร เพราะรายได้ที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากการซื้อขายจริง มุมที่ดีคือทำให้ตลาดใหญ่ขึ้น แต่อีกมุมหนึ่งเป็นการบิดเบือนพฤติกรรมผู้บริโภค มีผลเสียต่อตลาดเช่นกัน และสุดท้ายจะอยู่ในธุรกิจระยะยาวไม่ได้”
ขณะที่อีกส่วนหนึ่ง คือ บริการขนส่งสินค้า ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เนื่องจากเมื่อคนเริ่มซื้อของออนไลน์มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น สิ่งที่ต้องการความมั่นใจ คือ ได้รับสินค้าแน่นอน และผู้ขายสินค้าออนไลน์จำนวนไม่น้อยที่มีข้อจำกัดเรื่องการขนส่ง ดังนั้นผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซจะเข้ามามีบทบาทในส่วนนี้มากขึ้น ซึ่งตลาดดอทคอมจะร่วมมือกับพันธมิตรให้บริการในปีนี้เช่นกัน
ภาวุธ กล่าวว่า การใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กมาสร้างโอกาสในการซื้อขาย เริ่มมีให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การสร้างแฟนเพจในเฟซบุ๊ก รวมถึงการใช้ไลน์ แอพแชท เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย เพื่อนำเสนอรูปภาพและข้อมูลกระตุ้นการขาย แต่ทั้งหมดยังไม่สามารถปิดการขายได้ในทันที ยังต้องพัฒนาอีกระยะหนึ่ง
ดังนั้น เพื่อสร้างการเติบให้อีคอมเมิร์ซไทยมากขึ้น พร้อมกับการสร้างแบรนด์ ราคูเท็น ตลาดดอทคอม ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ตลาดดอทคอมจึงเตรียมจัดงาน ราคูเท็น ซูเปอร์ เซล ในช่วงวันที่ 27 พ.ค.7 มิ.ย. ลดราคาสินค้ากว่า 5,000 รายการบนตลาดดอทคอม เพื่อสร้างการเติบโตของยอดขายกว่า 200% และตลอดทั้งปีจะมีแคมเปญการตลาดอื่นๆ มากระตุ้นยอดขาย ภายใต้เป้าหมายเพื่อสร้างแบรนด์ และผลักดันให้คนไทยซื้อของออนไลน์มากขึ้น







