
เงินฝากเหือดคนหันลงทุนหุ้นอสังหาฯ-ซื้อประกัน
ธปท.ห่วง สัญญาณเงินออมเพิ่มน้อย เหตุดอกเบี้ยต่ำ คนหันลงทุนหุ้น อสังหาริมทรัพย์มากขึ้น
ธปท.ห่วง สัญญาณเงินออมเพิ่มน้อย เหตุดอกเบี้ยต่ำ คนหันลงทุนหุ้น อสังหาริมทรัพย์มากขึ้น
นายอานุภาพ คูวินิชกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน สายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า สัดส่วนเงินฝากรวมของธนาคารพาณิชย์ไตรมาสแรกของปีนี้อยู่ที่ 10.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 2 แสนล้านบาท จากสิ้นปี 2555 ที่มียอดเงินฝากอยู่ที่ 10 ล้านล้านบาท
“ธปท.ได้เริ่มเห็นสัญญาณการถอนเงินออมของประชาชนไปสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น อาทิ การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ในตลาดหุ้น” นายอานุภาพ กล่าว
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภาวะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ ทำให้ลูกค้าของธนาคารนำเงินฝากไปลงกองทุนรวม และซื้อประกันชีวิตแบบออมทรัพย์มากขึ้น เพราะได้รับผลตอบแทนสูงกว่า โดยไตรมาสแรกเบี้ยประกันชีวิตเติบโตถึง 40%
นายปกรณ์ กล่าวว่า สัญญาณนี้เห็นตั้งแต่ไตรมาสแรก และเชื่อว่าจะเป็นทั้งปี คือ ผู้ฝากเงินเริ่มมองหาการลงทุนในช่องทางอื่นที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงิน ซึ่งธนาคารก็ได้มองเรื่องนี้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยในแผนธุรกิจของเครือกสิกรไทยปีนี้ตั้งเป้าหมายว่ากองทุนรวมจะเติบโต 22% ส่วนเงินฝากจะเติบโต 10%
ทั้งนี้หาก ธปท.ลดดอกเบี้ยนโยบายลง ก็จะส่งผลให้ดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ปรับลดลงตาม ก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้ออมเงินจะหันไปหาช่องทางการออมอื่นๆ ที่นอกเหนือจากเงินฝาก กองทุนรวม และประกันชีวิตแบบออมทรัพย์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
นายปกรณ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญของธนาคารขณะนี้คือการบริหารเงินฝากให้สอดคล้องกับแผนการปล่อยกู้ โดยธนาคารจะดูอัตราสินเชื่อต่อเงินฝากอย่างใกล้ชิด หากเป็นช่วงที่ต้องการระดมเงินฝากเพื่อปล่อยกู้ ก็จะมีการออกแคมเปญดอกเบี้ยสูงพิเศษเป็นระยะ แต่โดยรวมรูปแบบเงินฝากของธนาคารยังเป็นเงินฝากออมทรัพย์ถึง 60% จึงถัวเฉลี่ยต้นทุนเงินฝากได้ เมื่อธนาคารออกแคมเปญเงินฝากออกมา
“ตอนนี้ลูกค้าเงินฝากไปทั้งกองทุนหุ้น กองทุนตราสารหนี้ เรียกว่าไปทุกประเภทตามความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้ เพราะดอกเบี้ยเงินฝากน้อย” นายปกรณ์ กล่าว







