posttoday
วรรณรัตน์ห่วงโรงไฟฟ้าไม่เสร็จตามแผนกระทบความมั่นคงพลังงาน

วรรณรัตน์ห่วงโรงไฟฟ้าไม่เสร็จตามแผนกระทบความมั่นคงพลังงาน

12 เมษายน 2553

“วรรณรัตน์”หวั่นไอพีพี4รายเกิดไม่ทันตามแผนผลิตไฟฟ้ากระทบความมั่นคงพลังงาน

“วรรณรัตน์”หวั่นไอพีพี4รายเกิดไม่ทันตามแผนผลิตไฟฟ้ากระทบความมั่นคงพลังงาน

น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (ไอพีพี)4ราย ว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงจะไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าได้ทันตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี) เนื่องจากถูกชุมชนในพื้นที่ต่อต้านจนไม่สามารถเข้าพื้นที่เข้าไปสำรวจก่อนการก่อสร้างได้และอาจกระทบต่อความมั่นด้านพลังงานในอนาคต

ปัจจุบันปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (พีก)ช่วงเดือนมี.ค.-ต้นเดือนเม.ย.ทำลายสถิติไปแล้วหลายครั้งในปีนี้ แต่ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสำรองไฟฟ้าของประเทศเพราะขณะนี้ไทยผลิตไฟฟ้าได้อยู่ที่  29,000 เมกะวัตต์  ซึ่งพีกล่าสุดเกิดขึ้นที่ 23,730 เมกะวัตต์  จึงมั่นใจว่าหน้าร้อนในปีนี้จะมีปริมาณไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ

“ถ้าไอพีพีทั้ง 4 แห่งที่มี กำลังการผลิต 4,400 เมกะวัตต์ มีเชื้อเพลิงเป็นก๊าซธรรมชาติและถ่านหิน ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าในระบบได้ เริ่มตั้งแต่ปี 2554 จะทำให้ปริมาณสำรองไฟฟ้าของไทยต่ำลง หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดปัญหาไฟตกไฟดับ ถ้าจำเป็นต้องหาพลังงานอื่นมาผลิตไฟฟ้าแทน อาทิ ใช้น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา จะมีผลกระทบทำให้ค่าไฟฟ้าแพงขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาทางผู้ประกอบการ และกระทรวงเองพยายามชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านไปแล้ว แต่ยังถูกต่อต้านอยู่ “นายวรรณรัตน์ กล่าว

ด้านนายสหัส ประทักษ์นุกูล รองผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.เองรู้สึกกังวลว่าปริมาณของไฟฟ้าสำรองจะมีไม่เพียงพอ หากไอพีพีทั้ง 4 แห่งไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้  โดยตัวเลขสำรองไฟฟ้าปี 2553 อยู่ที่ 20%  ซึ่งอยู่ในสัดส่วนที่สุง แต่ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าหากเศรษฐกิจไทยมีอัตราการขยายตัวมากกว่านี้ การผลิต ไฟฟ้าในอาจไม่เพียงพอ ดังนั้นอย่างช้าที่สุดในปีหน้า ต้องมีข้อสรุปให้ได้ว่าไอพีพีทั้ง 4 แห่งนั้นจะดำเนินการต่อไปอย่างไร โดยไอพีพีแห่งแรกจะเริ่มเข้าระบบในปี 2554 หลังจากนั้นทยอยเข้าระบบจนถึงปี 2557

ทั้งนี้ได้เตรียมแผนรองรับไว้ โดยเ-ลื่อนโรงไฟฟ้าจะนะ จ.สงขลา และโรงไฟฟ้าวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา กำลังผลิตแห่งละ 800 เมกะวัตต์ รวม 1,600 เมกะวัตต์ให้เข้าระบบเร็วว่าแผนที่กำหนดไว้ในว่าจะเข้าระบบในปี2557 เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณการใช้ไฟฟ้า และสำรองไฟฟ้าที่จะลดลง  ขณะเดียวกันจะนำโรงไฟฟ้าเก่าที่ปลดระวางไปแล้ว อาทิ โรงไฟฟ้าพระนครใต้ บางปะกง นำกลับมาใช้ใหม่ โดยโรงไฟฟ้าเหล่านี้ใช้ดีเซลและน้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิง อาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าสูงขึ้น หากนำมาใช้ใหม่จะทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามในภาพรวมแผนการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ พยามเลือกเชื้อเพลิงอื่นๆที่ไม่ใช่ก๊าซธรรมชาติ เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงา   เพราะไทยใช้ก๊าซฯผลิตไฟฟ้าสูงถึง 70% หากไม่มีเชื้อเพลิงชนิดอื่นเข้ามาไทยจะใช้ก๊าซฯผลิตไฟฟ้าพุ่งสูงกว่า 80%  ซึ่งตามแผนพีดีพี มีนโยบายที่จะลดการพึ่งพาก๊าซฯ ลงให้เหลือ 30%  

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน