posttoday
ส่องอนาคต ทีโอที-กสทฯ "อยู่ได้ แม้ไร้สัมปทาน"

ส่องอนาคต ทีโอที-กสทฯ "อยู่ได้ แม้ไร้สัมปทาน"

13 พฤษภาคม 2556

โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ

โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ

ท่ามกลางความน่ายินดีที่คนไทยทั้งประเทศกำลังก้าวเข้าสู่เทคโนโลยี 3จี และ 4จี แต่ในอีกมุมหนึ่ง บริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม กลับตรงกันข้าม เพราะการที่ผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และทรูมูฟ เปิดบริการใหม่ในนามบริษัทลูกของตัวเอง ย่อมหมายถึงส่วนแบ่งรายได้ที่เคยนำส่งให้กับ ทีโอที และ กสทฯ ย่อมลดลงตามไปด้วย ยิ่งเมื่อนับอายุสัมปทานที่จะหมดลงในเดือน ก.ย. 2556 ของ กสทฯ และในปี 2558 ของทีโอที ยิ่งดูเหมือนว่าองค์กรโทรคมนาคมของรัฐทั้งสองแห่งกำลังใกล้ปากเหวเข้าไปทุกขณะ

อย่างไรก็ตาม ในมุมของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ในฐานะเจ้ากระทรวงที่กำกับดูแลทีโอทีและ กสทฯ แสดงความมั่นใจเกินร้อยว่า องค์กรทั้งสองแห่งนี้ไปรอดอย่างแน่นอน

“เหมือนคุณยายมีที่ดินอยู่ แล้วมีนักธุรกิจมาเช่าไปสร้างอพาร์ทเมนท์ให้คนเช่าอีกที ผลลัพธ์ที่ได้ คือ จากที่ดินธรรมดาก็กลายเป็นที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งไม่ว่าจะยังไงคุณยายก็ยังคงได้ค่าเช่าจากที่ดินผืนนี้ไปเรื่อย” รมว.ไอซีที กล่าว

พร้อมยกตัวอย่างเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพชัดมากขึ้นว่า ทีโอทีและ กสทฯ ก็มีทรัพย์สินที่เอกชนได้สร้างไว้ตามสัญญา สร้าง โอน ให้บริการ (บีทีโอ) มูลค่ารวมกันมากกว่า 1 แสนล้านบาท ที่แม้ว่าปัจจุบันเอกชนจะไปมีโครงข่าย 3จี เป็นของตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถลงทุนเสาสถานีฐานได้นับหมื่นต้นในเวลาอันสั้น ยิ่งในช่วงที่ต้องแข่งขันกันเพื่อดึงลูกค้าเข้าระบบด้วยแล้ว ก็ยิ่งต้องพึ่งพาทีโอทีและ กสทฯ เหมือนที่เคยเป็นมา

ปัจจุบันทั้ง ทีโอทีและ กสทฯ มีสถานีฐานรวมกันกว่า 3 หมื่นสถานี แบ่งเป็น ทีโอที จากเอไอเอส 2 หมื่นสถานี และ กสทฯ จากดีแทคทรู อีก 1 หมื่นสถานี คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีแผนให้ทั้งทีโอทีและ กสทฯ ตั้งบริษัทลูกบริหารทรัพย์สินดังกล่าว เพื่อเปิดให้เอกชนทุกรายที่สนใจเช่าใช้ หลังจากที่เอกชนทั้ง 3 รายสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน

นอกจากเสาสถานีฐานแล้ว ทางไอซีทียังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ กสทฯ สามารถถือครองคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ต่อไปได้ หลังทรูมูฟและดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) สิ้นสุดสัญญาในเดือน ก.ย. 2556 นี้ ซึ่ง รมว.ไอซีที ยืนยันว่า กสทฯ มีสิทธิถือครองต่อไปแน่นอน แม้ว่าคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) จะเดินหน้าเรียกคืนตามมาตรา 83 พ.ร.บ.กสทช. ก็ตาม

ทั้งนี้ เพราะไอซีทีมั่นใจว่า หากคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ยังอยู่กับ กสทฯ จะสร้างมูลค่าเพิ่มและทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้ไม่แพ้การคืนให้ กทค. เพื่อเปิดประมูลสำหรับให้บริการ 4จี ในอนาคต ซึ่งไอซีทีจะพยายามทุกทางที่จะทำให้คลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ยังอยู่ที่ กสทฯ ต่อไปได้

ดังนั้น เมื่อดูจาก “ทรัพย์สมบัติ” ที่ทีโอทีและ กสทฯ มีติดตัวแล้ว จึงมั่นใจว่าองค์กรโทรคมนาคมของรัฐทั้งสองแห่งจะไม่ประสบกับภาวะวิกฤตรายได้แต่อย่างใด รวมไปถึงธุรกิจที่มีอยู่เดิมก็ยังสามารถต่อยอดสร้างรายได้ให้กับทีโอทีและ กสทฯ มากขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็น บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) บริการวงจรเช่าระหว่างประเทศ (เกตเวย์) บริการสื่อสารข้อมูลครบวงจร เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การที่ รมว.ไอซีที ออกมารับประกันว่า องค์กรทั้งสองแห่งนี้ไม่มีวันที่จะล่มสลาย ก็ไม่ได้หมายถึงว่า จะเปิดทางให้ทีโอทีและ กสทฯ เคยชินกับการเป็น “เสือนอนกิน” แบบที่ผ่านมา เพราะแม้จะมีต้นทุนที่ดีมากเพียงใด หากไม่รู้จักการบริหารให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ ยังคงยึดติดกับความสบายแบบเดิมๆ ต้นทุนที่มีอยู่นั้นก็จะหมดไปจนสุดท้ายทีโอทีและ กสทฯ ไม่เหลืออะไรเลย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน