
กรอ.นัดถกสรุปความคืบหน้าแก้มาบตาพุด19เม.ย.นี้
กรอ.นัดประชุม 19 เม.ย. เพื่อสรุปความคืบหน้ามาบตาพุด การลงทุน และผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง
กรอ.นัดประชุม 19 เม.ย. เพื่อสรุปความคืบหน้ามาบตาพุด การลงทุน และผลกระทบจากปัญหาทางการเมือง
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า วันที่ 19 เมษายน นี้จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน(กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งหากกำหนดการไม่เปลี่ยนแปลงคาดว่าจะมีการสรุปภาพรวมของแนวทางการแก้ไขปัญหามาบตาพุด การดำเนินการในอนาคตต่อภาคการลงทุนของไทย และปัญหาผลกระทบทางการเมืองต่อภาวะเศรษฐกิจไทยในภาพรวม
“ถึงตอนนั้นก็ยังไม่รู้ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไรบ้างก็เลยยังไม่มั่นใจว่าการประชุมกรอ.จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่เมื่อถึงเวลานั้นแต่เบื้องต้นกำหนดไว้ที่ 19 เมษายนนี้ ซึ่งยอมรับว่าปัญหามาบตาพุดนั้นรัฐบาลชุดปัจจุบันพยายามที่จะกำหนดกติกาให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและมีความคืบหน้าพอสมควรแต่การเมืองเรายังไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ หลังสงกรานต์แล้วจะรุนแรงหรือไม่ หากยืดเยื้อและรุนแรงเช่นที่เกิดอยู่ไม่จบสิ้นความเชื่อมั่นจะยิ่งจะถดถอยหนักทำให้ไทยเสียโอกาสต่อบรรยากาศลงทุนที่ฟื้นตัว”นายสันติ กล่าว
สำหรับเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 นั้นยังมีแนวโน้มที่ดีจากคำสั่งซื้อของหลายสินค้าที่ยังคงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยคำสั่งซื้อเฉลี่ยเพิ่มขึ้นแล้วปีนี้ 20-30% ยกเว้นการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ขณะที่ภาคการเกษตรราคาพืชผลรวมยังทรงตัวระดับสูง แต่อาจจะมีปัญหาภัยแล้งเข้ามา จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะมีพายุฤดูร้อนเข้ามาช่วยมากน้อยเพียงใด ทำให้ขณะนี้ยังยากที่จะประเมินความเสียหายจากภัยแล้งในเบื้องต้นได้
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ส่งเสริมให้การส่งออกฟื้นตัวเนื่องจากเศรษฐกิจโลกภาพรวมดีขึ้นทั้งสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย อาเซียน แม้ว่าเศรษฐกิจยุโรปอาจเกิดปัญหาแต่หากเศรษฐกิจประเทศใหญ่ ๆ ข้างต้นดีขึ้นก็ไม่น่าจะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในภาพรวมได้มากนัก อย่างไรก็ตามเงินทุนที่ไหลเข้ามาก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รักษาการรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายอภิสิทธิ์ ได้นัดหารือวันที่ 19 เมษายนนี้เพื่อที่จะสรุปถึงภาพรวมการแก้ไขปัญหามาบตาพุดและความคืบหน้าการดำเนินงานต่างๆ ทั้งจากขั้นตอนการช่วยเหลือภาคเอกชนเพื่อขอให้ศาลผ่อนผันของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงขั้นตอนการจัดตั้งองค์การอิสระ และการกำหนดกิจการที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรค 2
"คิดว่าปัญหามาบตาพุดจะมีภาพที่คลี่คลายขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้ศาลปกครองได้มีคำสั่งระงับ 76 กิจการและมีการปลดล็อคไปพอสมควร และมีกิจการที่ส่วนหนึ่งศาลได้ให้ก่อสร้างต่อไปได้ ความกังวลใจของนักลงทุนในเรื่องของระเบียบกติกาจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ปัจจัยที่ต้องติดตามกลายเป็นประเด็นทางการเมืองที่เริ่มมีการใช้ความรุนแรงกันทำให้ไทยเริ่มถูกจับตาใกล้ชิดซึ่งจะมีผลต่อความเชื่อมั่นซึ่งหากจบได้เร็วก็ไม่น่าจะกระทบมากแต่หากยืดเยื้อและยังคงมีภาพรุนแรงต่อไปก็ย่อมจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของการลงทุน”นายพยุงศักดิ์ กล่าว







