posttoday
ก้าวย่างซีพีเอฟตะลุยตลาดโลก

ก้าวย่างซีพีเอฟตะลุยตลาดโลก

13 พฤษภาคม 2556

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

หลังจากการหว่านเม็ดเงินกว่า 1.888 แสนล้านบาทเพื่อซื้อกิจการห้างแม็คโคร ทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ถูกจับตามองว่าเกมนี้จะได้กลับคืนมาคุ้มหรือไม่ และแน่นอนว่าบริษัทที่ถูกจับตาว่าจะได้ประโยชน์จากดีลยักษ์ใหญ่ครั้งนี้ ย่อมหนีไม่พ้นบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ เนื่องจากเป็นบริษัทใหญ่ในเครือซีพีที่ดำเนินธุรกิจอาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

พิสิฐ โอมพรนุวัฒน์ ประธานผู้บริหารปฏิบัติการ สายธุรกิจการค้าต่างประเทศ ซีพีเอฟ กล่าวถึงดีลเม็ดเงินมหาศาลครั้งนี้ ว่า ปัจจุบันซีพีเอฟถือเป็นฐานผลิต บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเซเว่นอีเลฟเว่น เป็นผู้ค้าปลีก เมื่อแม็คโครเข้ามาซีพีเอฟมีแต่ได้ เพราะต่อยอดสู่ธุรกิจค้าส่งได้ ประกอบกับซีพีเอฟยังปักธงที่จะรุกธุรกิจฟู้ดเซอร์วิส จิ๊กซอว์ครั้งนี้จึงลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการใช้ประโยชน์จากศูนย์กระจายสินค้าของแมคโคร ฐานลูกค้าของแมคโครที่เป็นกลุ่ฟู้ดเซอร์วิส เป็นต้น

“ปัจจุบันแม็คโครเป็นลูกค้าซีพีเอฟอยู่แล้ว เมื่ออยู่ในเครือเดียวกัน จะช่วยเสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน และทำให้ซีพีเอฟรุกตลาดฟู้ดเซอร์วิสได้มากขึ้น และการซื้อตอนนี้ถือว่าซื้อของถูกจากเงินบาทแข็งค่า”

ขณะที่ผลประกอบการของซีพีเอฟในปี 2555 สามารถปิดยอดขายที่ 3.577 แสนล้านบาท เติบโต 20% และปีนี้คาดว่าจะมียอดขายถึง 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะการส่งออกไก่ที่คาดว่าจะเติบโตถึง 60%

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า จากเป้าหมายที่วางไว้ว่ายอดขายจะแตะแสนล้าน ใน 35 ปีจากนี้อาจไม่ใช่เรื่องง่ายจาก 2 ปัจจัย คือ เงินบาทที่แข็งค่าและตลาดกุ้งที่เติบโตลดลง แต่การนำเข้าวัตถุดิบจะได้ประโยชน์จากค่าบาทที่แข็งค่าถือว่าสมดุลกันไป โดยปัจจุบันซีพีเอฟมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออก 89% จากยอดขายรวม และนับจากนี้จะรุกตลาดอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น เช่น กลุ่มพร้อมรับประทาน เริ่มจากเกี๊ยวกุ้ง บะหมี่เกี๊ยว รวมทั้งแบรนด์คิทเช่นจอย ที่จะรุกหนักมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ ซีพีเอฟได้เริ่มรุกตลาดแบรนด์คิทเช่นจอย ที่ประเทศสแกนดิเนเวียในปี 2555 ที่ผ่านมา เน้นกลุ่มอาหารพร้อมรับประทาน เช่น พะแนงไก่ แกงเขียวหวานไก่ ปัจจุบันมียอดขายแตะ 540 ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 600-700 ล้านบาท พร้อมเล็งขายตลาดยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย โดยใช้วัตถุดิบไก่ หมู ในประเทศที่ไม่สามารถนำเข้าได้ ด้วยการจ้างผลิต

อีกแนวทางที่ซีพีเอฟจะดำเนินการ คือ การซื้อกิจการโรงงานผลิต โดยเลือกรายใหญ่ในแต่ละประเทศเพื่อให้ผลิตสินค้า และแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการผลิต จากที่ผ่านมาซีพีเอฟจะเน้นอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น ฟาร์ม อาหารสัตว์ เมื่อบุกตลาดอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น จะทำให้สัดส่วนสินค้าต้นน้ำลดจาก 13% เหลือ 9% และสินค้าสำเร็จรูปจะเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังบุกตลาดเกาหลีอย่างจริงจังหลังจากทำตลาดมาแล้ว 23 ปี พบว่า มียอดขายโตต่อเนื่อง โดยปีนี้คาดว่าจะมียอดขายถึง 700 ล้านบาท รวมทั้งว่าจ้างโรงงานในประเทศเกาหลีผลิต “ซันมันดู” หรือเกี๊ยวซ่าสไตล์เกาหลี เพื่อจำหน่ายเกาหลีและได้รับผลขยายตลาดไปสิงคโปร์ ฮ่องกง ปีนี้

“เรากำลังทำเหมือนต่างชาติที่เดิมมาว่าจ้างเราผลิตสินค้า ด้วยการไปว่าจ้างต่างประเทศผลิตสินค้าเพื่อสร้างแบรนด์ของเราเองในต่างประเทศ โดยมองว่า การเอาต์ซอร์สจะทำให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว”

ปัจจุบันซีพีเอฟส่งออกใน 36 ประเทศ และมีสำนักงานสาขาใน 22 ประเทศทั่วโลก ซึ่งนับจากนี้จะขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เช่นตะวันออกกลาง และแอฟริกาที่จะเริ่มส่งออกไก่กระป๋องในปีนี้

เป้าหมายของซีพีเอฟในปีนี้ จะมุ่งขยายตลาดส่งออกไก่จาก 1 แสนตัน เพิ่มเป็น 1.6 แสนตัน การว่าจ้างผลิตในประเทศเกาหลี การเปิดคีออสก์หรือจุดจำหน่ายสินค้า สแน็ก อาหารพร้อมรับประทาน แบรนด์ ซีพี ภายใต้ชื่อ CP SNAX ซึ่งเริ่มทดลองเปิดแล้วที่สิงคโปร์ และจะขยายเพิ่มอีก 2-3 แห่งปีนี้ และจะเป็นโมเดลที่จะขยายไปยังทุกประเทศต่อไป รวมทั้งขยายสาขาไปยังจีนและเยอรมนี

พิสิฐ ปิดท้ายว่า นับจากนี้ไปจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของซีพีเอฟทุกเดือน ต้องจับตา!!!

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน