
เจาะลึกประกันชีวิต (ตอนจบ)
เพื่อให้เราได้ใช้สิทธิประโยชน์จากการทำประกันอย่างคุ้มค่า ข้อมูลที่เราควรรู้มีอะไรบ้าง เรามาดูกันครับ
การใช้สิทธิกู้ยืมเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต
การกู้ยืมเงินโดยใช้กรมธรรม์ประกันชีวิตที่ยังมีผลบังคับอยู่มาเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินได้ โดยจำนวนเงินที่จะกู้ยืมได้จะไม่เกินมูลค่าเงินสดตามที่ระบุไว้ในท้ายกรมธรรม์ประกันชีวิต
การกู้ยืมเงินเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติคืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร
ในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้ชำระเบี้ยประกันภัยจนกรมธรรม์ประกันชีวิตมีมูลค่าเงินสดเกิดขึ้นแล้ว หากผู้เอาประกันภัยมิได้ชำระเบี้ยประกันภัยงวดต่อไปภายในระยะเวลาที่กำหนด บริษัทจะมีการทำการกู้ยืมเงินเพื่อชำระเบี้ยประกันภัยงวดต่อไปให้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้เพื่อให้กรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นยังคงมีผลบังคับต่อไป โดยบริษัทประกันชีวิตจะคิดดอกเบี้ยการกู้ยืมจากผู้เอาประกันภัยตามอัตราดอกเบี้ยที่ได้ระบุไว้
หากต้องการซื้อความคุ้มครองเกี่ยวกับอุบัติเหตุและสุขภาพ นอกเหนือจากการประกันชีวิตจะทำได้หรือไม่อย่างไร
เพื่อสนองความต้องการของผู้เอาประกันภัย ที่ต้องการความคุ้มครองเพิ่มมากขึ้นจากความคุ้มครองด้านการมีชีวิตอยู่หรือการตาย บริษัทประกันชีวิตจึงได้มีรูปแบบความคุ้มครองต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล การประกันภัยค่ารักษาพยาบาลและผ่าตัดในโรงพยาบาล การประกันภัยโรคร้ายแรงและอื่นๆ อีกมาก
ทั้งนี้ การที่ผู้เอาประกันภัยจะสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองพิเศษนี้ได้ จะต้องเลือกซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตหลักก่อน แล้วจึงค่อยซื้อความคุ้มครองพิเศษนี้ในรูปแบบของสัญญาเพิ่มเติม โดยสัญญาเพิ่มเติมที่ซื้อนี้จะเป็นสัญญาปีต่อปี
บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตในกรณีดังต่อไปนี้คือ
n จ่ายเงินผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกันภัยในระหว่างอายุสัญญาตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย
n จ่ายเงินเอาประกันภัยและผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกันภัยเมื่อสัญญาครบกำหนด
n จ่ายเงินเอาประกันภัยให้ผู้รับผลประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตระหว่างที่สัญญาประกันชีวิตมีผลบังคับอยู่
กรณีใดบ้างที่บริษัทประกันชีวิตไม่อาจจ่ายเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตได้
n ผู้เอาประกันภัยฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับจากวันทำสัญญาประกันชีวิต
n ผู้เอาประกันภัยถูกผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา
n มีการเรียกร้องเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิตโดยทุจริต
ตัวอย่างเช่น นายสมบัติทำประกันชีวิตด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัย 1 ล้านบาท ชำระเบี้ยประกันภัยรายปี ปีละ 5 หมื่นบาท ผ่านไป 3 ปี นายสมบัติถูกนายดำรง (ผู้รับประโยชน์) ฆ่าตายเพื่อหวังเงินประกันภัย กรณีเช่นนี้หากสืบทราบ บริษัทประกันชีวิตจะไม่จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย 1 ล้านบาท แต่จะคืนเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระมาแล้ว 3 ปี เป็นเงิน 1.5 แสนบาท ให้เท่านั้น
เอกสารที่ใช้ในการเรียกร้องเงินตามกรมธรรม์ประกันชีวิต มีอะไรบ้าง
1.กรณีเสียชีวิต : หลักฐานที่ใช้ในการเรียกร้องแยกเป็น 3 กรณี คือ
กรณีเสียชีวิตโดยปกติ เช่น การเสียชีวิตโดยการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ หรือชราภาพ เป็นต้น
• แบบฟอร์มการเรียกร้องการเสียชีวิต • ใบรับรองแพทย์ • ใบมรณบัตร • สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เอาประกันภัยและผู้รับประโยชน์ • กรมธรรม์ประกันชีวิตกรณีเสียชีวิตโดยผิดปกติ เช่น ฆ่าตัวตาย ถูกผู้อื่นทำให้ตาย ถูกสัตว์ทำร้ายตาย ตายโดยอุบัติเหตุ ตายโดยไม่ปรากฏเหตุ ต้องมีหลักฐานเพิ่มเติม ดังนี้
• สำเนาบันทึกประจำวัน • สำเนารายงานการชันสูตรพลิกศพตายโดยผลของกฎหมาย กรณีหายไปจากภูมิลำเนาโดยไม่มีใครเห็น ถือว่าเป็นบุคคลสาบสูญ ต้องมีหลักฐานเพิ่มคือ คำสั่งศาลที่สั่งให้เป็นคนสาบสูญ
2.กรณีอยู่ครบกำหนดสัญญา : หลักฐานที่ใช้ในการเรียกร้องมีดังนี้
• แบบฟอร์มการเรียกร้อง • กรมธรรม์ประกันชีวิต • บัตรประชาชนของผู้เอาประกันภัยระยะเวลาผ่อนผันคืออะไร
n ระยะเวลาผ่อนผัน คือระยะเวลาที่บริษัทประกันชีวิตยินยอมให้ผู้เอาประกันชีวิตสามารถชำระเบี้ยประกันภัยล่าช้ากว่าที่กำหนดได้ แต่ต้องไม่เกินระยะเวลาผ่อนผัน (ปกติบริษัทประกันชีวิตจะกำหนดระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยให้ 30 วัน)
n บริษัทประกันชีวิตยังคงให้ความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันชีวิต โดยบริษัทประกันชีวิตจะหักค่าเบี้ยประกันภัยที่ยังค้างชำระออกจากจำนวนเงินเอาประกันภัยที่จะจ่าย
ตัวอย่างเช่น นายบุญเติมทำประกันชีวิตไว้โดยกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยทุกวันที่ 1 เม.ย. ของทุกปี เมื่อถึงกำหนดชำระเบี้ยประกันภัยปีที่ 6 นายบุญเติมลืมชำระเบี้ยประกันภัยและได้เสียชีวิตลงในวันที่ 28 เม.ย. ในกรณีเช่นนี้บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ของนายบุญเติม โดยหักจำนวนเงินค่าเบี้ยประกันภัยที่ต้องชำระออก m
หากมีข้อสงสัยเรื่องการวางแผนการออมและการลงทุน สามารถส่งคำถามมาได้ที่ [email protected]







