posttoday
คนกรุงได้นั่งเมล์เอ็นจีวีปี’57

คนกรุงได้นั่งเมล์เอ็นจีวีปี’57

09 พฤษภาคม 2556

เร่งตั้งคณะกรรมการร่างทีโออาร์จัดซื้อเล็งล็อตแรกเข้ามาก่อน250คัน

เร่งตั้งคณะกรรมการร่างทีโออาร์จัดซื้อเล็งล็อตแรกเข้ามาก่อน250คัน

“คมนาคม” เดินหน้าร่างทีโออาร์จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี เตรียมส่งล็อตแรก 250 คัน ให้บริการ พ.ค. 2557

พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า ได้ติดตามความคืบหน้าโครงการจัดซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จำนวน 3,183 คัน แยกเป็นรถเมล์ร้อน 1,659 คัน และรถเมล์ปรับอากาศ 1,524 คัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสรรหาคณะกรรมการพิจารณากำหนดร่างรายละเอียดเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) เบื้องต้นประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน 7 คน เช่น ผู้แทนจาก ขสมก. กรมการขนส่งทางบก อุตสาหกรรมยานยนต์ การผลิตรถยนต์โดยสารและรถบรรทุก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมถึงผู้สังเกตการณ์อื่นๆ เช่น ตัวแทนผู้พิการ

ทั้งนี้ จะต้องสรรหาคณะกรรมการฯ ให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือน มิ.ย.นี้ จากนั้นคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวจะกำหนดเงื่อนไขในการประกวดราคา รวมทั้งคุณสมบัติของรถโดยสาร และเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน คาดว่าจะสามารถประกาศประกวดราคาได้ภายในเดือน ก.ค.-ส.ค. 2556 โดยให้ผู้สนใจจัดเตรียมเอกสารในการยื่นข้อเสนอภายในเดือน ส.ค.ก.ย. 2556 และจะทราบผลการประกวดราคาในเดือน ต.ค. 2556 โดยรถโดยสารงวดแรกจะรับมอบจำนวน 250 คัน ประมาณเดือน พ.ค. 2557

“ในการจัดทำทีโออาร์ได้เน้นย้ำเรื่องความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และให้เน้นจัดซื้อรถโดยสารที่ทันสมัย คุณภาพดี เหมาะสมกับการใช้งาน ทั้งรถปรับอากาศและรถธรรมดา รวมทั้งสามารถซ่อมบำรุงใช้งานได้ยาวนานด้วย ขณะเดียวกันอาจจะกำหนดให้ผู้เข้าร่วมประกวดราคาต้องนำชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศมาประกอบในการผลิตรถยนต์ด้วย เพื่อส่งเสริมผู้ผลิตยานยนต์ภายในประเทศ” พล.อ.พฤณท์ กล่าว

นอกจากนั้น พล.อ.พฤณท์ กล่าวว่า ในการร่างทีโออาร์อาจต้องมีการกำหนดระยะเวลานำส่งอะไหล่และซ่อมบำรุงที่เหมาะสมและทันต่อสถานการณ์ กรณีที่รถเสียต้องมีอะไหล่เปลี่ยนภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการแก่ประชาชนด้วย

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการฯ จะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดในทีโออาร์ ไม่ว่าจะเป็นสเปกของรถยนต์ ราคากลางอะไหล่และชิ้นส่วน สัดส่วนของชิ้นส่วนรถยนต์ภายในประเทศที่จะนำมาประกอบการผลิตรถยนต์ และระยะเวลาการซ่อมบำรุงที่เหมาะสม ซึ่งราคากลางจะไม่เกินที่เสนอคณะรัฐมนตรี คือ รถโดยสารปรับอากาศไม่เกินคันละ 4.5 ล้านบาท รถโดยสารธรรมดาไม่เกินคันละ 3.8 ล้านบาท

พล.อ.พฤณท์ กล่าวว่า ในส่วนของแผนการปรับโครงสร้างหนี้ของ ขสมก. นั้น ปัจจุบันมีหนี้ประมาณ 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างจัดจ้างที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเงินเข้ามาวางแผนบริหารจัดการหนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะประกอบด้วยแนวทางการผ่อนชำระหนี้ แนวทางการจัดหารายได้ รวมทั้งการเตรียมจัดทำโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด การโอนย้ายพนักงานเก็บค่าโดยสารไปแผนกอื่น เพื่อรองรับระบบตั๋วโดยสารอัตโนมัติ

สำหรับการจัดซื้อได้กำหนดราคากลางรถธรรมดาไม่เกินคันละ 3.8 ล้านบาท รถปรับอากาศไม่เกินคันละ 4.5 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 13,162.2 ล้านบาท ซึ่ง ขสมก.ต้องต่อรองให้ได้ราคาซื้อที่ต่ำกว่าราคากลาง โดยเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่องบประมาณ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายโอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า จะเร่งเปิดประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะช่วยประหยัดงบประมาณได้ประมาณ 10% จากงบประมาณจัดซื้อ 13,162 ล้านบาท หรือทำให้ ขสมก.สามารถจัดซื้อรถเมล์ที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น ซึ่งอาจพิจารณาสัดส่วนการจัดซื้อรถธรรมดากับรถปรับอากาศควบคู่กัน หลังแผนปรับโครงสร้างหนี้ ขสมก.ผ่าน ครม.

ทั้งนี้ หลังเปิดประมูลแล้วเสร็จ คาดว่ารถเมล์เอ็นจีวีใหม่จะสามารถวิ่งให้บริการในเส้นทางต่างๆ ได้ โดยจัดเก็บค่าโดยสาร 12 บาท ตลอดเส้นทาง ซึ่งในอนาคตหากราคาก๊าซเอ็นจีวีปรับเพิ่มขึ้น กก.ละ 1 บาท จะส่งผลให้อัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้น 2 บาท โดย ขสมก.อาจขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร