
เสนาฯผนึกรับเหมาสู้แรงงานขาด
รับงานแสนตร.ม.วางแผนยาว2ปี
รับงานแสนตร.ม.วางแผนยาว2ปี
หวังช่วยคุมต้นทุน.เสนาฯ ผนึกบิ๊กผู้รับเหมา ฝ่าวิกฤตแรงงาน ช่วยลดต้นทุนก่อสร้างระยะยาว
น.ส.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า การขาดแคลนแรงงานภาคก่อสร้างถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ในขณะนี้ ทำให้บริษัทต้องเจรจากับผู้รับเหมาก่อสร้าง เพื่อรับงานก่อสร้างในระยะยาว เพื่อช่วยแก้ปัญหาแรงงาน ลดต้นทุน และยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าว่าจะสามารถส่งมอบโครงการได้ทันตามกำหนด
“บริษัทได้เริ่มเจรจาเป็นพันธมิตรกับบริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง เพื่อรับงานก่อสร้างอีกจำนวน 1 แสน ตร.ม. หรือจำนวน 4 โครงการใหม่ โดยจะพัฒนาโครงการภายใต้แบรนด์ เดอะนิช ไอดี ที่พัฒนาคอนโดมิเนียมแนวราบสูง 8 ชั้น จะใช้เวลาการก่อสร้างในช่วงเวลา 2 ปี คิดเป็นมูลค่างานก่อสร้างกว่า 1,000 ล้านบาท จากก่อนหน้านี้ แสงฟ้าฯ ได้เป็นผู้ก่อสร้างโครงการเดอะนิช ไอดี ลาดพร้าววังหิน ที่อยู่ระหว่างก่อสร้างจากเดิมกำหนดแล้วเสร็จ เดือน มี.ค. 2557 คาดว่าจะแล้วเสร็จ เดือน ต.ค. 2556” น.ส.เกษรา กล่าว
ทั้งนี้ การเป็นพันธมิตรกันจะทำให้สามารถย่นระยะเวลาก่อสร้างโครงการประเภทคอนโดแนวราบได้ 34 เดือนต่อโครงการ เนื่องจากจะได้มีการวางแผนงานก่อสร้างล่วงหน้าในระยะยาว จึงทำให้สามารถประหยัดต้นทุนได้ รวมถึงยังสามารถเจรจาต่อรองซื้อวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น กระเบื้องปูพื้นและบุผนัง ทำให้ทั้งสองบริษัทรู้ว่ารายใดสามารถซื้อสินค้าประเภทใดได้ต่ำกว่า ซึ่งจะเป็นผลดี
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีการว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างรายอื่น รวมถึงจ้างผู้รับเหมารายย่อยที่รับจ้างก่อสร้างโครงการประเภทบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ ซึ่งปัจจุบันมีการว่าจ้างไม่ต่ำกว่า 10 ราย
สำหรับแผนงานในครึ่งปีแรกบริษัทได้เปิดโครงการใหม่ 4 โครงการ และในครึ่งปีหลังจะเปิดอีก 7 โครงการ คิดเป็นมูลค่าขายรวม 7,000 ล้านบาท โดยขณะนี้มียอดขายแล้ว 1,000 ล้านบาท จากเป้ายอดขายทั้งปี 2,500 ล้านบาท และยอดรับรู้รายได้ 2,000 ล้านบาท จากปัจจุบันยอดขายรอรับรู้รายได้ 1,400 ล้านบาท
ด้าน นพ.เชิดศักดิ์ อัมพรสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง กล่าวว่า ปัจจุบันผู้รับเหมาก่อสร้างต้องหาพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม เพื่อร่วมกันวางแผนงานก่อสร้างระยะยาว โดยปัจจุบันบริษัทมีโครงการในมือเฉลี่ยปีละ 20 โครงการ มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท และวางเป้าว่าจะมีโครงการใหม่เข้ามาปีละ 10 โครงการ







