posttoday
เพิ่มทุนไอแบงก์6พันล.ดึง‘สุขุมวิท’สางหนี้เสีย

เพิ่มทุนไอแบงก์6พันล.ดึง‘สุขุมวิท’สางหนี้เสีย

09 พฤษภาคม 2556

ไฟเขียวเพิ่มทุน 6,000 ล้านบาทให้ไอแบงก์แล้ว ดึง บบส.สุขุมวิท รับซื้อหนี้เน่า 3,000 ล้านบาท

ไฟเขียวเพิ่มทุน 6,000 ล้านบาทให้ไอแบงก์แล้ว ดึง บบส.สุขุมวิท รับซื้อหนี้เน่า 3,000 ล้านบาท

นายธานินทร์ อังสุวรังษี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอนุมัติแผนเพิ่มทุนให้กับธนาคารแล้ว 6,000 ล้านบาท และเตรียมนำแผนธุรกิจปี 2556 และแผนวิสาหกิจ 5 ปี (2556-2560) เสนอให้คณะกรรมการธนาคารพิจารณาก่อนเสนอให้ รมว.คลัง อนุมัติ

สำหรับเงินเพิ่มทุนจะมาจากกระทรวงการคลัง 3,000 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสินอีก 3,000 ล้านบาท

นายธานินทร์ กล่าวว่า เงินเพิ่มทุนครั้งนี้จะมาจากเงินงบประมาณปี 2557 คาดว่าจะสามารถเบิกได้ในช่วงไตรมาสแรกปี 2557 หรือในช่วงเดือน ต.ค. 2556

ขณะเดียวกัน ธนาคารเตรียมเปิดขายพันธบัตรซูกุก อายุ 10 ปี วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 โดยจะขายให้นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจ

นายธานินทร์ กล่าวว่า แนวทางการแก้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่มีอยู่ราว 2.43 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังได้เชิญบริษัทบริหารสินทรัพย์ (บบส.) สุขุมวิท เข้ามาร่วมหารือเพื่อรับซื้อหนี้เสียขั้นต่ำกองละ 3,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่า หากบริหารขาดทุนจะต้องรับผลขาดทุนร่วมกัน แต่หากมีกำไรก็ต้องแบ่งคืนกลับให้ธนาคารด้วย"ในเดือน มิ.ย. คาดว่าจะได้เงินเพิ่มทุนก้อนแรกก่อน 920 ล้านบาท ซึ่งมาจากกระทรวงการคลัง 445 ล้านบาท และที่เหลือมาจากผู้ถือหุ้นคือกรุงไทยและออมสิน ส่วนเงินเพิ่มทุนก้อนที่ 2 ต้องรอสภาแปรญัตติก่อนว่าจะให้ 3,000 ล้านบาทหรือไม่ หรืออาจถูกปรับลดตามความจำเป็นต้องใช้เงินของหน่วยงานอื่น ซึ่งผู้ถือหุ้นคือออมสิน และกรุงไทยก็พร้อมใส่เงินตามสัดส่วนที่ได้รับอนุมัติอยู่แล้ว" นายธานินทร์ กล่าว

นายธานินทร์ กล่าวว่า ธนาคารเตรียมจะเปิดขายพันธบัตรซูกุก เพื่อเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 (Tier2) วงเงิน 5,000 ล้านบาท อายุ 10 ปี ขายเป็นเงินบาท ซึ่งจะเปิดขายให้กับนักลงทุนรายย่อยในประเทศ และนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจ โดยธนาคารจะทำการยื่นไฟลิ่งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และทำการจดทำเบียนเพื่อซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ต.ล.ท.) ในช่วงเดือน ก.ค.ส.ค. นี้ และคาดว่าจะเปิดทำการซื้อขายได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2556

ทั้งนี้การดำเนินการในส่วนดังกล่าว จะส่งผลให้เงินเพิ่มทุนของธนาคาร ที่ได้จากกระทรวงการคลังรอบแรก 920 ล้านบาท และเงินเพิ่มทุนที่อนุมัติรอบ 2 อีก 6,000 เมื่อรวมกับการออกพันธบัตรซูกุก จะทำให้เงินทุนเพิ่มเป็น 1.2 หมื่นล้านบาทในสิ้นปี 2556 ส่งผลให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ขยับมาอยู่ที่ 9% รวมถึงสินทรัพย์ของธนาคารก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้ธนาคารมีความสามารถดำเนินการปล่อยสินเชื่อได้ในอีก 5 ปี&<2288;

นอกจากนี้ นายธานินท์ กล่าวถึง

สำหรับความคืบหน้าการแก้หนี้เอ็นพีแอลในไตรมาสแรก สามารถเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และมีลูกหนี้เข้ามาขอชำระหนี้ คิดเป็นมูลหนี้กว่า 3,000 4,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้ยอดหนี้เอ็นพีแอลของธนาคารเริ่มปรับตัวลดลงได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน