
เพิ่มทุนไอแบงก์6พันล.ดึง‘สุขุมวิท’สางหนี้เสีย
ไฟเขียวเพิ่มทุน 6,000 ล้านบาทให้ไอแบงก์แล้ว ดึง บบส.สุขุมวิท รับซื้อหนี้เน่า 3,000 ล้านบาท
ไฟเขียวเพิ่มทุน 6,000 ล้านบาทให้ไอแบงก์แล้ว ดึง บบส.สุขุมวิท รับซื้อหนี้เน่า 3,000 ล้านบาท
นายธานินทร์ อังสุวรังษี กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังอนุมัติแผนเพิ่มทุนให้กับธนาคารแล้ว 6,000 ล้านบาท และเตรียมนำแผนธุรกิจปี 2556 และแผนวิสาหกิจ 5 ปี (2556-2560) เสนอให้คณะกรรมการธนาคารพิจารณาก่อนเสนอให้ รมว.คลัง อนุมัติ
สำหรับเงินเพิ่มทุนจะมาจากกระทรวงการคลัง 3,000 ล้านบาท ธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสินอีก 3,000 ล้านบาท
นายธานินทร์ กล่าวว่า เงินเพิ่มทุนครั้งนี้จะมาจากเงินงบประมาณปี 2557 คาดว่าจะสามารถเบิกได้ในช่วงไตรมาสแรกปี 2557 หรือในช่วงเดือน ต.ค. 2556
ขณะเดียวกัน ธนาคารเตรียมเปิดขายพันธบัตรซูกุก อายุ 10 ปี วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 โดยจะขายให้นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจ
นายธานินทร์ กล่าวว่า แนวทางการแก้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่มีอยู่ราว 2.43 หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลังได้เชิญบริษัทบริหารสินทรัพย์ (บบส.) สุขุมวิท เข้ามาร่วมหารือเพื่อรับซื้อหนี้เสียขั้นต่ำกองละ 3,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่า หากบริหารขาดทุนจะต้องรับผลขาดทุนร่วมกัน แต่หากมีกำไรก็ต้องแบ่งคืนกลับให้ธนาคารด้วย"ในเดือน มิ.ย. คาดว่าจะได้เงินเพิ่มทุนก้อนแรกก่อน 920 ล้านบาท ซึ่งมาจากกระทรวงการคลัง 445 ล้านบาท และที่เหลือมาจากผู้ถือหุ้นคือกรุงไทยและออมสิน ส่วนเงินเพิ่มทุนก้อนที่ 2 ต้องรอสภาแปรญัตติก่อนว่าจะให้ 3,000 ล้านบาทหรือไม่ หรืออาจถูกปรับลดตามความจำเป็นต้องใช้เงินของหน่วยงานอื่น ซึ่งผู้ถือหุ้นคือออมสิน และกรุงไทยก็พร้อมใส่เงินตามสัดส่วนที่ได้รับอนุมัติอยู่แล้ว" นายธานินทร์ กล่าว
นายธานินทร์ กล่าวว่า ธนาคารเตรียมจะเปิดขายพันธบัตรซูกุก เพื่อเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 2 (Tier2) วงเงิน 5,000 ล้านบาท อายุ 10 ปี ขายเป็นเงินบาท ซึ่งจะเปิดขายให้กับนักลงทุนรายย่อยในประเทศ และนักลงทุนต่างประเทศที่สนใจ โดยธนาคารจะทำการยื่นไฟลิ่งกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และทำการจดทำเบียนเพื่อซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (ต.ล.ท.) ในช่วงเดือน ก.ค.ส.ค. นี้ และคาดว่าจะเปิดทำการซื้อขายได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2556
ทั้งนี้การดำเนินการในส่วนดังกล่าว จะส่งผลให้เงินเพิ่มทุนของธนาคาร ที่ได้จากกระทรวงการคลังรอบแรก 920 ล้านบาท และเงินเพิ่มทุนที่อนุมัติรอบ 2 อีก 6,000 เมื่อรวมกับการออกพันธบัตรซูกุก จะทำให้เงินทุนเพิ่มเป็น 1.2 หมื่นล้านบาทในสิ้นปี 2556 ส่งผลให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ขยับมาอยู่ที่ 9% รวมถึงสินทรัพย์ของธนาคารก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.8 แสนล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งจะทำให้ธนาคารมีความสามารถดำเนินการปล่อยสินเชื่อได้ในอีก 5 ปี&<2288;
นอกจากนี้ นายธานินท์ กล่าวถึง
สำหรับความคืบหน้าการแก้หนี้เอ็นพีแอลในไตรมาสแรก สามารถเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ และมีลูกหนี้เข้ามาขอชำระหนี้ คิดเป็นมูลหนี้กว่า 3,000 4,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้ยอดหนี้เอ็นพีแอลของธนาคารเริ่มปรับตัวลดลงได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้







