
ห่วงอีลิทการ์ดเหลวอีกรอบ
ติงบอร์ดไร้ประสบการณ์วางแผนท่องเที่ยวจ่ออัดงบสร้างสีสันริมน้ำ
ติงบอร์ดไร้ประสบการณ์วางแผนท่องเที่ยวจ่ออัดงบสร้างสีสันริมน้ำ
หวั่นแผนตลาดบัตรไทยแลนด์ อีลิท การ์ด ส่อแววเจ๊งรอบสอง เหตุบอร์ดไร้ประสบการณ์ทำงาน
แหล่งข่าวจากวงการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า การฟื้นโครงการบริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด (ทีพีซี) ผู้บริหารบัตรไทยแลนด์ อีลิท การ์ด ครั้งใหม่ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะผู้ถือหุ้น 100% มีแนวโน้มล้มเหลวเหมือนครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทีพีซี ไม่มีประสบการณ์การวางนโยบายที่ถูกต้องและชัดเจน
ทั้งนี้ มองว่าแผนงานต่างๆ เหมือนการเริ่มนับหนึ่งใหม่มากกว่าการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น โดยปัจจุบันมอบหมายให้ฝ่ายบุคคลเป็นผู้จำหน่ายบัตร ไม่มีการแต่งตั้งฝ่ายขาย อีกทั้งจะมอบหมายสำนักงานต่างประเทศ ททท. ทั้ง 27 แห่งทั่วโลก เป็นตัวแทนจำหน่ายบัตร ซึ่งเป็นแนวคิดเดิมที่ทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ
ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายบริษัทเอกชน เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายบัตร ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดี แต่ทีพีซีควรมีนโยบายสนับสนุนแผนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ดีรองรับด้วย เนื่องจากเป็นต้นทุนที่ค่อนข้างสูง และเน้นความเชื่อมั่นเป็นหลัก
นอกจากนี้ การยกเลิกกระบวนการสรรหาผู้จัดการใหญ่ครั้งล่าสุด สะท้อนภาพชัดเจนว่าไม่มีบุคคลใดต้องการมาทำงานในทีพีซี เนื่องจากไม่มีสิทธิและอำนาจการบริหารจัดการงานอย่างแท้จริง การสรรหาที่ล่าช้าจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นของกลุ่มเป้าหมาย ทำให้การเปิดตัวครั้งใหม่ยากต่อการปิดการขาย
ด้านนายอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กรมเตรียมใช้งบประมาณ 5060 ล้านบาท สำหรับโครงการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างแหล่งท่องเที่ยว บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา รวม 14 จุด ในเขตกรุงเทพฯ 10 จุด จ.นนทบุรี 1 จุด และ จ.พระนครศรีอยุธยา 3 จุด เพื่อสร้างจุดขายด้านสินค้าและบริการทางเรือให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ ซึ่งคาดว่าจะช่วยยืดระยะเวลาวันพักของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างน้อย 1 วัน
โครงการนี้จะมีการติดหลอดไฟแอลอีดีประดับสถานที่สำคัญริมสองฝั่งเจ้าพระยา เพื่อสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยวให้มีสีสันแสงไฟยามค่ำคืน เช่น วัดอรุณราชวราราม สะพานพระราม 8 วัดกัลยาณมิตร โดยบางพื้นที่อาจมีการแสดงแสงสีเสียง ประกอบการเล่าประวัติศาสตร์ของไทย ซึ่งโครงการนี้จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือน พ.ค.นี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดโครงการในเดือน ส.ค.
ทั้งนี้ คาดว่าโครงการจะช่วยให้มีนักท่องเที่ยว ท่องเที่ยวเดินทางกับเรือภัตตาคารล่องแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มเป็น 1.2 หมื่นคน/วัน จากปัจจุบัน 6,000 คน/วัน เฉลี่ยการใช้จ่ายคนละ 800 บาท สร้างรายได้หมุนเวียนทางการท่องเที่ยวไทยเฉลี่ย 9.610 ล้านบาท/วัน







