posttoday
สินเชื่อSME Power ไทยเข้มแข็ง

สินเชื่อSME Power ไทยเข้มแข็ง

12 เมษายน 2553

....สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

ช่วงนี้สังคมไทยคงเครียดกับข่าวความวุ่นวายของบ้านเมืองกันทุกวัน และทุกภาคส่วนล้วนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้กันถ้วนหน้า

ที่น่าเห็นใจมากๆ ก็คือเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ขายผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายเล็กรายน้อยในบริเวณที่มีการประท้วงคงเดือดร้อนมากกว่าแหล่งอื่น ค้าขายไม่ได้ ทุนหายกำไรหดแทบจะหมดเนื้อหมดตัวกัน

ส่วนที่น่าเห็นใจไม่แพ้กันก็คือบรรดาผู้ใช้แรงงานที่รับประทานค่าแรงเป็นรายวัน บริษัทห้างร้านต้องปิดกิจการในช่วงนี้ก็คงไม่มีการจ่ายค่าจ้าง แล้วจะเอาเงินที่ไหนรับประทานกันล่ะครับ

ชาวบ้านเดือดร้อน พานเดือดร้อนไปถึงรัฐมนตรี เพราะเมื่อคนไม่มีรายได้ไม่มีเงินทำมาหากินก็ต้องดิ้นรนไปกู้หนี้ยืมสินนอกระบบ ทีนี้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังก็พลอยเดือดร้อนไปด้วยเพราะอุตส่าห์ปั้นโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ...ช่วยแก้หนี้ให้ประชาชนหลายแสนคนจนเกือบจะเรียบร้อยโรงเรียนรัฐมนตรีกรณ์แล้ว

ดันผ่ามีเรื่องประท้วงยืดเยื้อจนชาวบ้านอาจต้องไปพึ่งเงินกู้นอกระบบกันอีกรอบ...ผลงานที่ทำไว้จึงมีสิทธิพังทลายอย่างน่าเสียดาย

เอาล่ะ...เมื่อเหตุการณ์เลยเถิดถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่มีทางอื่นนอกจากต้องทำใจยอมรับสภาพความจริงและช่วยกันภาวนาให้ทุกอย่างจบเร็วที่สุด คืนนี้ผมอยากนอนหลับให้สนิทแล้วตื่นขึ้นเช้าวันใหม่...อยากให้กลายเป็นวันสงกรานต์ปี 2554 ซะเลย...พับผ่าสิ

กลับมาเรื่องของสินเชื่อตัวใหม่ที่ผมจั่วหัวในวันนี้

สินเชื่อ SME Power ไทยเข้มแข็ง...ของเอสเอ็มอีแบงก์ตัวนี้ ผมอยากแนะนำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่กำลังอยากกู้เงินไปลงทุนใหม่ หรือขยายกิจการเดิมหรือใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน หรือแม้แต่ผู้ประกอบการที่กู้แบงก์อื่นๆ อยู่แล้วอยากรีไฟแนนซ์ใหม่ น่าจะรีบไปติดต่อใช้บริการ

เพราะว่าสินเชื่อตัวนี้คิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำอย่างน่าสนใจ 2 ปีแรกคิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ปีแรกแค่ 5% ต่อปี ปีที่สอง 5.5% ต่อปี และตั้งแต่ปีที่ 3 เป็นต้นไปคิดเท่ากับ MLR ต่อปี ซึ่งก็ถือเป็นอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าชั้นดีไม่มีบวกเพิ่มให้เหนื่อยใจ

อัตราดอกเบี้ยขนาดนี้ต้องถือว่าถูกจริงๆ ในยามนี้ แถมยังเป็นอัตราแบบคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงนานตั้ง 2 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่การเมืองไม่นิ่ง เศรษฐกิจไม่แน่น จะช่วยให้เจ้าของกิจการคุมต้นทุนเงินได้ชัดเจน ซึ่งก็เห็นชัดอยู่แล้วว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดเงินกำลังจะปรับสูงขึ้นตามการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ประมาณว่าตั้งแต่กลางปีนี้ไปน่าจะมีการขยับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ใครที่กู้เงินโดยผูกอัตราดอกเบี้ยไว้กับ MLR ก็ต้องเสี่ยงที่จะต้องจ่ายแพงขึ้นล่ะครับ

สำหรับบางท่านที่อาจจะเนื้อหอมโดยได้รับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยที่จูงใจในลักษณะต่ำกว่า MLR ก็ถือว่าท่านได้เรตดอกเบี้ยถูกพอสมควรนะครับ

แต่ต้องตรวจสอบเงื่อนไขกันให้ดีๆ เพราะยังมีรายการต้องเสียเงินเป็นค่าธรรมเนียมสารพัดอีกหลายอย่าง โดยเฉพาะต้องจ่าย...ค่าเบี้ยประกันชีวิต...อีกปีละหลายล้านบาท ซึ่งเมื่อนำมาคิดรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว มันจะแพงกว่าสินเชื่อ SME Power ไทยเข้มแข็ง...มากมาย

สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ถ้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต้องกู้เงินจากธนาคาร ผมอยากแนะนำให้หาสินเชื่อที่คิดอัตราดอกเบี้ยแบบคงที่...จะเป็นประโยชน์กับธุรกิจมากที่สุดครับ

ใครสนใจอยากใช้บริการสินเชื่อใหม่ตัวนี้ของเอสเอ็มอีแบงก์คงต้องรีบติดต่อกับสาขาทั่วประเทศหรือโทรศัพท์ไปถามที่ Call Center 1357 วงเงินมีเพียง 2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น และขณะนี้มีคนสนใจยื่นเรื่องแล้วกว่าหมื่นล้านบาท

กิจการที่สามารถลดค่าใช้จ่ายในการบริหารงานได้ ลดต้นทุนสินค้าต่ำลงได้ และลดต้นทุนเงินที่ใช้ในธุรกิจให้ต่ำลงได้...กิจการนั้นจะมีกำไรและเติบโตอย่างมั่นคงแน่นอน

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน