
‘ออสสิริส’นำเสนอสินค้าใหม่
ออสสิริส ฉวยจังหวะคนนิยมซื้อทอง คลอดทองแท่ง 1 บาท อิงราคาตลาดโลก ซื้อขายได้ถึงเที่ยงคืน
ออสสิริส ฉวยจังหวะคนนิยมซื้อทอง คลอดทองแท่ง 1 บาท อิงราคาตลาดโลก ซื้อขายได้ถึงเที่ยงคืน
นายบุญเลิศ สิริภัทรวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออสสิริส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ราคาทองคำในระยะสั้นอยู่ในช่วงขาลง ทำให้ประชาชนหันมานิยมซื้อทองคำเก็บสะสมและลงทุนมากขึ้น บริษัทในอาศัยจังหวะนี้ออกผลิตภัณฑ์ “1Baht bar certificate” ราคาขายอ้างอิงกับราคาในตลาดโลก และสามารถซื้อขายได้ถึงเวลา 24.00 น. เพียงแต่จะบวกค่าธรรมเนียมในการซื้อ 150 บาท และฝั่งขายคืนจะคิด 50 บาท
สำหรับสาเหตุที่บริษัทออกสินค้าทองคำน้ำหนัก 1 บาท เพราะมองว่าเป็นสินค้าที่เหมาะกับลูกค้าที่เป็นนักลงทุนที่มีกำลังซื้อพอประมาณ และเหมาะสำหรับซื้อสะสม โดยค่าธรรมเนียมจะถูกกว่าค่ากำเหน็จของทองรูปพรรณ ซึ่งหากเป็นขาซื้อจะเสียประมาณ 700-800 บาท แต่หากขายคืนให้ร้านค้าทองทั่วไปจะเสียในอัตรา 34%
“สินค้าออกมาช่วยในภาวะที่ทองรูปพรรณบางช่วงผลิตไม่ทัน เพราะการผลิตทองแท่ง 1 บาท ทำได้เร็ว วันละ 200-300 ชิ้นต่อวัน โดยคาดว่างวดแรกที่จะมีการผลิต 1,000-1,500 ชิ้น น่าจะหมดภายใน 1 เดือนแรกนี้” นายบุญเลิศ กล่าว
ด้านมูลค่าการซื้อขายทองคำของออสสิริส คาดว่าปีนี้จะทำได้ 1 แสนล้านบาท เท่ากับที่เคยทำได้ในปี 2554 แม้ว่าในไตรมาสแรกจะชะลอตัวก็ตาม และขอแนะนำผู้ลงทุนที่ลงทุนเก็งกำไรให้ซื้อขายเร็ว ทำกำไรระยะสั้นแล้วขาย และต้องมีวินัยในการซื้อขาย ที่สำคัญควรกำหนดระดับขายตัดขาดทุนไว้ไม่เกิน 23% หรือประมาณ 400-600 บาท ของราคาปัจจุบัน ส่วนลูกค้าผู้นิยมออมทองแนะนำให้ซื้อเก็บสะสม โดยแนวโน้มราคาในช่วงครึ่งปีหลังมองแนวต้านที่ 1,550-1,600 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ และแนวรับที่ 1,250-1,350 เหรียญสหรัฐ
นายธนสิน กลีบลำเจียก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้ลงทุนติดทองคำตั้งแต่ 2.3 หมื่นบาทขึ้นไป โดยแนะนำให้ผู้ลงทุนเหล่านี้ใช้โกลด์ฟิวเจอร์สเข้ามาช่วยป้องกันความเสี่ยง หากไม่ต้องการขายทองคำในมือ ก็ควรเปิดสถานะขายล่วงหน้า (ชอร์ต) ไว้ เพราะเชื่อว่าทองคำในระยะสั้นมีโอกาสปรับตัวลดลงได้อีก
อย่างไรก็ตาม ในระยะ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ราคาทองคำไม่มีแนวโน้มชัดเจน พบว่าลูกค้าในตลาดฟิวเจอร์สของบริษัทได้เริ่มหันไปลงทุนฟิวเจอร์สในสินค้าอื่นๆ โดยเฉพาะฟิวเจอร์สอ้างอิง SET50 และอ้างอิงหุ้นรายตัว (ซิงเกิ้ลสต๊อก) เพราะราคาสินค้าอ้างอิงมีแนวโน้มชัดเจน ทำให้สัดส่วนรายได้จากค่าธรรมเนียมจากสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้นเป็น 20% ของคอมมิชชั่นจากธุรกิจอนุพันธ์ และคาดว่าในสิ้นปีสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 50%







