
จากเล่น...สู่รายได้ 20ล.เล็งต่อยอดฟิล์มป้องกันรอย
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
โดย...พลพัต สาเลยยกานนท์
ใครที่เคยแวะเข้าไปในร้าน “ไอสตูดิโอ” หรือร้านขายอุปกรณ์เสริมแกดเจ็ตชั้นนำชื่อดังต่างๆ แล้วเดินเฉี่ยวๆ ไปแถวๆ ผลิตภัณฑ์ฟิล์ม อาจจะคุ้นหูคุ้นตากับแบรนด์ที่ชื่อว่า “Autozkin” (ออโต้ซคิน) ฟิล์มกันรอยแกดเจ็ตระดับพรีเมี่ยม ที่เมื่อย้อนไปดูจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้แล้ว อาจจะต้องเกิดอาการ “งง” อยู่บ้าง
ฉะนั้น “เสี่ยโบ๊ท” หรือ พสุพงษ์ ลีนุตพงษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ออโต้ซคิน ผู้นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกันรอย “ออโต้ซคิน” จึงมานั่งไขข้อข้องใจให้ฟัง “จริงๆ ฟิล์มตัวนี้ที่นำเข้ามาทำตลาดตั้งแต่เริ่มจนถึงปัจจุบัน คือ เพื่อหุ้มรถยนต์ป้องกันรอย แต่ช่วงแรกอาจจะไม่ได้รับความนิยมสักเท่าไรนัก เพราะค่าซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ในประเทศไทยมีราคาถูก แต่ถ้าเป็นในต่างประเทศจริงๆ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก” เสี่ยโบ๊ท พสุพงษ์ เล่าให้ฟัง พร้อมเสียงหัวเราะอารมณ์ดีโฮกใหญ่
ย้อนไป 2 ปีก่อนตอนที่ “ออโต้ซคิน” เริ่มต้นกลุ่มลูกค้าที่สนใจติดตั้งก็จะอยู่ในกลุ่มประเภทรถซูเปอร์คาร์และรถลักชัวรี่คาร์เท่านั้น เพราะราคาติดตั้งเริ่มต้นอยู่ที่ 1.5 แสนบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับเคลือบแก้วหรือหุ้มรถยนต์ด้วยสติ๊กเกอร์ (Warp) อาจจะสูงอยู่บ้าง แต่ความคุ้มค่ากับรถประเภทเหล่านี้ต้องบอกเลยว่า มั่นใจได้ 100% เพราะคุณภาพของฟิล์มชนิดนี้สามารถป้องกันรอยได้ 100% พร้อมเทคโนโลยีการติดตั้งที่มั่นใจได้ด้วยการใช้เลเซอร์ตัดฟิล์มตามรุ่นรถก่อนนำไปติดตั้งด้วยช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจนถึงปัจจุบันมีผู้ติดตั้งไปแล้วกว่า 1,000 คัน ในรถทั้งสองกลุ่มนี้
พอมีลูกค้าติดฟิล์มรถยนต์เข้ามาใช้บริการ สิ่งที่เห็นเสมอเวลามานั่งรอรับรถคือ ลูกค้ากลุ่มนี้จะพกพาอุปกรณ์สมารทโฟน, แท็บเล็ต, แม็คบุ๊ก ฯลฯ มาเล่นอยู่เสมอ จึงเกิดปิ๊งไอเดียต่อยอดผลิตภัณฑ์โดยเริ่มต้นนำเข้าในกลุ่มป้องกันรอย Gadget แรกๆ นำเข้ามาก็ไว้เพื่อ “แถม” สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่มาติดฟิล์มรถยนต์อย่างมาก จนกระทั่งมีผู้สนใจอย่าง “ไอสตูดิโอ” เอาผลิตภัณฑ์ไปจำหน่าย
“ทำไปทำมารายได้จากจุดเริ่มต้นที่เอามา ‘แถม’ ลูกค้าที่ติดฟิล์มรถยนต์ กลับสร้างรายได้ให้บริษัทมูลค่ากว่า 20 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อเทียบกับสัดส่วนรายได้ของปีที่ผ่านมากับฟิล์มรถยนต์ที่มีมูลค่า 40 ล้านบาท ซึ่งรวมแล้วทำให้รายได้รวมของบริษัทอยู่ที่ 60 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา”
แต่ใครจะรู้ว่าจุดเริ่มต้นดังกล่าวจนกระทั่งถึงวันนี้ “เสี่ยโบ๊ท” ยังต่อยอดธุรกิจโดยใช้หลัก “เข้าถึงง่าย ซื้อสะดวก” ด้วยการจะออกผลิตภัณฑ์ฟิล์มปกป้องรถยนต์เฉพาะส่วนที่สามารถติดตั้งได้สะดวก อาทิ ฟิล์มขอบประตู ฟิล์มบันได ฟิล์มกันชนหลัง ฟิล์มไฟหน้า ฟิล์มหลุมมือจับประตู ซึ่งติดตั้งง่ายสะดวก โดยจะวางจำหน่ายในร้านอุปกรณ์เสริม Gadget โดยได้ร่วมมือกับร้าน “TG Fone” ซึ่งมีกว่า 150 สาขาทั่วประเทศ
ไม่เท่านั้น ยังได้ร่วมมือกับบริษัท ดู คาทิสติก ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรถจักรยานยนต์ “ดูคาติ” จำหน่ายฟิล์มปกป้องรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ อาทิ หมวกกันน็อก
ซึ่งเชื่อว่าการออกกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งสองชนิดที่เข้าถึงง่ายและสะดวกต่อการซื้อ จะเป็นส่วนหนึ่งในการดึงความสนใจของลูกค้ามาใช้บริการติดตั้งฟิล์มปกป้องรถยนต์ในที่สุด ซึ่งไม่เพียงเฉพาะฟิล์มรถยนต์ซูเปอร์คาร์และลักชัวรี่คาร์ที่บริษัทมีจำหน่ายเท่านั้น รถยนต์อื่นๆ ทั่วไปบริษัทก็มีจำหน่ายในมาตรฐานเดียวกัน จึงเชื่อว่าจะส่งเสริมธุรกิจกันไปในที่สุด
“ส่วนหนึ่งของการร่วมมือกัน นอกเหนือจากการเข้าถึงง่ายและสะดวกซื้อของผลิตภัณฑ์แล้ว คือการลดปัญหาบุคลากรในการติดตั้ง ซึ่งเป็นปัญหาหนึ่งในธุรกิจฟิล์มทุกชนิด ดังนั้นความร่วมมือดังกล่าวจึงช่วยลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรโดยการจัดอบรมกับผู้เชี่ยวชาญพิเศษในการติดตั้ง ทำให้สามารถยกระดับความสามารถของบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย”
นอกจากนั้น เร็วๆ นี้ยังเตรียมการขยายศูนย์จำหน่ายและบริการภายใต้คอนเซปต์ “Autozkin Performance Studio” ที่รวมการให้บริการไว้อย่างครบวงจรทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงต่างจังหวัด เพื่อสอดรับกับการเติบโตของตลาดในช่วง 1-2 ปีจากนี้ ที่มองว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
จากจุดเล็กๆ แต่พลิกให้เป็นโอกาสสร้างรายได้และต่อยอดไปได้เรื่อยๆ แบบนี้ นับเป็นสัญชาตญาณของเถ้าแก่พันธุ์แท้...







