
น้ำตาลขอนแก่นลุยอสังหาพ่วงโรงแรม
กลุ่มน้ำตาลขอนแก่นรับเปิดเออีซี ลุยพัฒนาอสังหาฯ คอนโดพ่วงโรงแรมหวังสร้างมูลค่าเพิ่ม
กลุ่มน้ำตาลขอนแก่นรับเปิดเออีซี ลุยพัฒนาอสังหาฯ คอนโดพ่วงโรงแรมหวังสร้างมูลค่าเพิ่ม
นายธนดล สุจิภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชูเคร แอสเสท บริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น ผู้ผลิตน้ำตาลและพลังงานทดแทน เปิดเผยว่า ได้ก่อตั้งบริษัท ชู เคร แอสเสท เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เนื่องจากทางกลุ่มมีที่ดินรอการพัฒนาจำนวนมากไม่ต่ำกว่า 100 ไร่ อาทิ จ.ขอนแก่น เลย พัทยา นครราชสีมา เชียงราย และกาญจนบุรี เป็นต้น
สำหรับแนวคิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของบริษัท จะนำที่ดินที่มีศักยภาพก่อนมาพัฒนาโครงการอสังหาฯ ควบคู่กับการพัฒนาโรงแรม เพื่อต้องการสร้างมูลค่าเพิ่มโครงการในอนาคต เนื่องจากทางกลุ่มมีประสบการณ์ในการพัฒนาโรงแรมและร้านอาหารมาก่อน ประกอบด้วยโรงแรม จอมเทียนการ์เด้นท์ รีสอร์ท พัทยา โรงแรมสเปลนดิด รีสอร์ท แอท จอมเทียน พัทยา เอเอ วิลล่า พัทยา
“การพัฒนาโครงการอสังหาฯ จะเน้นโครงการที่ขายขาดพ่วงกับการพัฒนาโรงแรมที่สร้างรายได้ระยะยาวควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตแล้ว จะนำรูปแบบโรงแรมเข้ามาบริหารโครงการอสังหาฯ เพื่อเพิ่มบริการให้กับลูกค้าที่ซื้อโครงการ” นายธนดล กล่าว
สำหรับโครงการแรก คือ โครงการซูเคร เขาใหญ่ บนเนื้อที่รวม 7 ไร่ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ จำนวน 2 อาคาร ประกอบด้วย อาคารเอจำนวน 36 ยูนิต ได้ปิดการขายไปแล้ว และเตรียมเปิดตัวโครงการบี ในเดือน พ.ค.นี้ พัฒนาเป็นอาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 46 ยูนิต ขนาด 45-202 ตร.ม. ราคาขาย 6.5-7.5 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. หรือมีราคาเริ่มต้น 2.715 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 360 ล้านบาท นอกจากนี้ในโครงการดังกล่าวจะพัฒนาโรงแรมสเปลนดิด แอท เขาใหญ่ จำนวน 40 ห้อง ใช้เงินลงทุน 120 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปลายปีนี้
“ตลาดคอนโดในเขาใหญ่ แม้ว่าจะมีการแข่งขันค่อนข้างสูง เพราะมีผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาพัฒนาโครงการจำนวนมาก แต่การพัฒนาด้วยรูปแบบที่แตกต่าง และมีบริการหลังการขายที่ดีจะสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคต” นายธนดล กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะนำที่ดิน ใน จ.เชียงราย มาพัฒนาเช่นกัน เนื่องจากมีชาวต่างชาติ เช่น ชาวนอร์เวย์ เข้ามาพักอาศัยจำนวนมาก จากก่อนหน้านี้นิยมพักอาศัยใน จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ภายใน 3 ปี รับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน







