
บิ๊กเหล็กชะลอลงทุน
4รายมูลค่าโครงการกว่า4แสนล้านบาทไม่มั่นใจเศรษฐกิจโลกขอรอดูอีก2ปี
4รายมูลค่าโครงการกว่า4แสนล้านบาทไม่มั่นใจเศรษฐกิจโลกขอรอดูอีก2ปี
เศรษฐกิจโลกไม่นิ่งฉุดผู้ผลิตเหล็ก 4 ราย ชะลอลงทุนในไทย มูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท
การลงทุนโครงการเหล็กต้นน้ำในไทยที่ล่าสุดมีผู้สนใจ 4 ราย คือ บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น บริษัท บาวสตีล และ บริษัท อาร์เซลอร์ มิททาล ซึ่งมีวงเงินลงทุนรายละไม่น้อยกว่า 1 แสนล้านบาท หรือรวมแล้ว 4 แสนล้านบาท เริ่มชะลอการลงทุนจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน เห็นได้จากการที่แต่ละรายไม่ได้เร่งรัดการหาพื้นที่การก่อสร้างโครงการ
ทั้งนี้ เชื่อว่าภายใน 2 ปีนี้ การลงทุนผลิตเหล็กต้นน้ำจะเกิดขึ้นได้ยากลำบาก เพราะภาวะเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปทำให้การลงทุนเหล็กต้นน้ำขนาดใหญ่ระดับแสนล้านบาทต้องคิดหนัก รวมทั้งประเทศจีนมีกำลังผลิตเกินความต้องการภายในประเทศ คือมีการผลิตปีละ 1,200 ล้านตัน แต่การใช้มีเพียง 500 ล้านตัน ที่เหลือจีนส่งออกทั้งหมด
สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า กรณีที่ลงทุนเหล็กในไทยถูกต่อต้าน นักลงทุนยังมีกัมพูชาและเมียนมาร์ที่จะไปลงทุน โดยขณะนี้มีการจับตามองการลงทุนเหล็กต้นน้ำในนิคมอุตสาหกรรมทวาย ประเทศเมียนมาร์ แต่เนื่องจากเป็นแผนระยะยาว และจะลงทุนได้ต้องมีการให้สิทธิพิเศษกว่าปกติ แต่หากนิคมฯ เหล็กเกิดขึ้นได้ที่ทวาย โรงไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จะเกิดได้พร้อมๆ กัน จากนั้นอุตสาหกรรมต่อเนื่องก็จะเกิดขึ้น
ทั้งนี้ รายงานประจำเดือน มี.ค. 2556 ของสำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ระบุว่า ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา บริษัท POSCO ผู้ผลิตเหล็กใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลีวางแผนที่จะสร้างโรงผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีในไทยและอินเดีย โดยการลงทุนในไทยจะมีพื้นที่ตั้งโรงงานอยู่ที่ จ.ระยอง โดยโรงงานนี้จะผลิตเหล็กแผ่นเคลือบเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์โดยมีกำลังการผลิต 4 แสนตันต่อปี ทั้งนี้บริษัทได้เริ่มขั้นตอนการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเดือน เม.ย. และตั้งเป้าว่าจะสามารถเดินเครื่องผลิตในปลายปี 2558 โดยเน้นขายในประเทศเป็นหลัก ส่งออกเพียงบางส่วน
นอกจากนี้ รายงานยังระบุถึงแนวโน้มการผลิตเหล็กว่า การผลิตเหล็กทรงแบนจะเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ และการที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศใช้มาตรการเซฟการ์ดในส่วนของเหล็กรีดร้อน จะมีผลให้การนำเข้าเหล็กประเภทดังกล่าวลดลงและการผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น ส่วนเหล็กทรงยาวคาดว่าจะเพิ่มตามการก่อสร้างที่ดีขึ้น







