
หนุนวิเคราะห์หุ้นใหญ่
กลต.ขอความร่วมมือทุกโบรกเกอร์1มิ.ย.ป้องกันนักลงทุนใหม่ซื้อหุ้นเก็งกำไร
กลต.ขอความร่วมมือทุกโบรกเกอร์1มิ.ย.ป้องกันนักลงทุนใหม่ซื้อหุ้นเก็งกำไร
ก.ล.ต.สนับสนุนบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จัดทำข้อมูลสำคัญในเชิงวิเคราะห์ของหุ้นใหญ่ 20 อันดับแรก
นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า ก.ล.ต.ขอความร่วมมือจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เพื่อผลักดันให้บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) จัดทำข้อมูลสำคัญในเชิงวิเคราะห์ของหลักทรัพย์ (Company Report) ที่ลูกค้าสนใจลงทุนจำนวนมาก
สำหรับหลักทรัพย์ที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด 20 อันดับแรกของลูกค้าทุกประเภทของ บล. แต่ละแห่ง หรือหุ้นที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด 10 อันดับแรกของลูกค้าบุคคล อย่างใดอย่างหนึ่งในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา ในกรณีที่หลักทรัพย์เหล่านั้นยังไม่มีบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Full Report) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2556 เป็นต้นไป
สำหรับข้อมูลใน Company Report จะมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจลงทุน เช่น ข้อมูลอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ รวมทั้งมีการเปรียบเทียบข้อมูลของบริษัทที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกัน เป็นต้น โดยจะไม่มีราคาแนะนำแต่อย่างใด ขณะนี้สมาคมอยู่ระหว่างหารือร่วมกับ บล. เพื่อกำหนดรูปแบบข้อมูลสำคัญดังกล่าว ก่อนที่จะขอความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. เพื่อออกประกาศสมาคมต่อไป
สถิติช่วงที่ผ่านมา ผู้ลงทุนทั่วไปในประเทศมีมูลค่าการซื้อขายหุ้นที่มีค่าอัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ (P/E) สูง และหุ้นที่เข้าเกณฑ์ต้องวางเงินสดไว้ล่วงหน้าเต็มจำนวน (Cash Balance) ในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับผู้ลงทุนกลุ่มอื่น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่ไม่มีบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานที่จัดทำโดย บล. ประกอบกับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีผู้ลงทุนรายใหม่เปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจำนวนมาก
ดังนั้น การจัดทำ Company Report จะทำให้ผู้ลงทุนทั่วไปมีข้อมูลมากขึ้นเพื่อใช้ในการตัดสินใจลงทุน
ทั้งนี้ บล.ต้องจัดทำและเผยแพร่ Company Report ของแต่ละหลักทรัพย์เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน และต้องปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน หากมีข้อมูลที่อาจกระทบต่อผลการดำเนินงานหรือราคาของหลักทรัพย์นั้น
นอกจากนี้ ในกรณีที่หลักทรัพย์ใดเข้าข่ายต้องทำ Company Report ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ บล.ต้องจัดทำบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของหลักทรัพย์นั้นโดยเร็ว
“บทวิเคราะห์เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ลงทุนไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน เพราะทำให้ผู้ลงทุนได้ศึกษาว่าหลักทรัพย์ของบริษัทนั้นน่าลงทุน หรือสอดคล้องกับความต้องการในการลงทุนที่แท้จริงของผู้ลงทุนหรือไม่ ซึ่งในระยะที่ผ่านมา บล.มักทำบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ของบริษัทขนาดใหญ่ เนื่องจากเป็นที่สนใจของนักลงทุน” นายวรพล ให้ความเห็น







