
โรงพยาบาลไทยหันแข่งภูมิภาครวมกลุ่มทั้งราบ-ดิ่งรุกต่างชาติ
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนหันมาควบรวมกิจการกัน เพื่อให้มีโรงพยาบาลหลายแบรนด์ในเครือ ใช้รองรับตลาดกำลังซื้อที่ต่างกัน หรือจะใช้การเปลี่ยนแบรนด์โรงพยาบาลท้องถิ่นมาเป็นแบรนด์ตัวเองเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง หรือแค่ถือหุ้นโรงพยาบาลอื่น แต่ไม่เข้าไปดำเนินงาน ซึ่งหลังจากนี้ลักษณะการขยายตัวของธุรกิจดังกล่าวจะยังคงไปในทางนี้ต่อไป ดังนั้นโรงพยาบาลเล็กที่ทำธุรกิจไร้เครือข่ายจึงมีโอกาสถูกรายใหญ่กลืนกินสูง เข้าทำนอง “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนหันมาควบรวมกิจการกัน เพื่อให้มีโรงพยาบาลหลายแบรนด์ในเครือ ใช้รองรับตลาดกำลังซื้อที่ต่างกัน หรือจะใช้การเปลี่ยนแบรนด์โรงพยาบาลท้องถิ่นมาเป็นแบรนด์ตัวเองเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง หรือแค่ถือหุ้นโรงพยาบาลอื่น แต่ไม่เข้าไปดำเนินงาน ซึ่งหลังจากนี้ลักษณะการขยายตัวของธุรกิจดังกล่าวจะยังคงไปในทางนี้ต่อไป ดังนั้นโรงพยาบาลเล็กที่ทำธุรกิจไร้เครือข่ายจึงมีโอกาสถูกรายใหญ่กลืนกินสูง เข้าทำนอง “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”
นพ.ชาตรี ดวงเนตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการการแพทย์ กรรมการรองผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ กล่าวว่า ธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนไทยจากนี้จะไม่ใช่รูปแบบแข่งขันกันเอง แต่ร่วมมือกันสร้างความแข็งแกร่งให้แข่งขันกับโรงพยาบาลต่างประเทศ เพิ่มอำนาจต่อรองซื้อเวชภัณฑ์ต้นทุนถูกลง รักษาบุคลากรการแพทย์ไม่ให้ไหลไปทำงานต่างประเทศ เพราะประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ทำให้คนไทยทำงานในประเทศอาเซียนได้เสรี บุคลากรทางการแพทย์ไทยขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในอาเซียน หากโรงพยาบาลไทยไม่แข็งแกร่งจะเผชิญปัญหาบุคลากรไหลออกได้
สำหรับคนไทยคงไม่ต้องกังวลว่าเมื่อโรงพยาบาลรวมตัวกันจะปรับราคาขึ้นจนเข้าไม่ถึงบริการ เช่น บริษัทมีโรงพยาบาล 5 แบรนด์ แต่ละแบรนด์เจาะตลาดต่างกัน ไม่ได้พุ่งเป้าหมายตลาดต่างประเทศอย่างเดียว แต่มีโรงพยาบาลที่เน้นให้บริการคนไทยด้วย คือ เปาโล เมโมเรียล เจาะกลุ่มคนไข้ในประเทศกำลังซื้อระดับกลาง มีประกันสังคม ประกันสุขภาพ และพญาไท เจาะกลุ่มคนไข้ในประเทศที่เป็นตลาดระดับพรีเมี่ยม ส่วนอนาคตตั้งเป้าหมายขยายตลาดกลุ่มที่รักษาพยาบาลด้วยบัตรทองให้ได้ในปีหน้า
ส่วนการขยายธุรกิจนั้น ตั้งเป้าหมายว่าจะมีโรงพยาบาลในเครือ 50 แห่ง ในปี 2558 โดยขยายทุกแบรนด์ เน้นแบรนด์เปาโล เมโมเรียล ซึ่งจะไม่ขยายเพียงแบรนด์บีเอ็นเอช
นพ.ชาตรี กล่าวว่า การมีโรงพยาบาลในเครือหลายแบรนด์ ทำให้คนไทยเข้าถึงบริการการแพทย์ที่มีคุณภาพดีขึ้น เช่น จากเดิมเคยมาตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรง แต่ค่ารักษาบริการสูงมาก จึงต้องไปรอเข้าโรงพยาบาลรัฐเพื่อรักษา ปัจจุบันมีโอกาสรักษาโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้น โดยอาจเลือกโรงพยาบาลในเครือที่บริหารต้นทุนถูกลง ขณะที่คุณภาพบริการยังดี โดยที่โรงพยาบาลก็ไม่เสียส่วนแบ่งตลาด เพราะคนไข้ยังใช้บริการโรงพยาบาลในเครือด้วยกัน เข้าทำนอง “เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน”
นพ.ตฤณ จารุมิลินท ประธานฝ่ายแพทย์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายแพทย์ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ ระบุว่า 12 ปีนี้จะเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลท้องถิ่น เพื่อให้บริการคุณภาพ ราคาย่อมเยา และจะใช้ยี่ห้อท้องถิ่นไว้เช่นเดิม อาจไม่เปลี่ยนแบรนด์โรงพยาบาลเป็นแบรนด์ที่มีอยู่ในเครือ แต่คงแบรนด์ท้องถิ่นไว้
วิโรจน์ พวงโลก ผู้ช่วยรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายธุรกิจ โรงพยาบาลปิยะเวท ระบุว่า แม้อนาคตโรงพยาบาลเอกชนจะรวมตัวกันมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าโรงพยาบาลเอกชนที่มีแห่งเดียวจะอยู่รอดไม่ได้ อาจเสียเปรียบต้นทุนบ้าง แต่หากมีจุดเด่น มีมาตรฐานดี มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ก็ยังอยู่ได้ ในทางกลับกันโรงพยาบาลที่มีเครือข่ายมาก อาจควบคุมมาตรฐานทุกแห่งได้ไม่เท่ากัน ทำให้ผู้ใช้บริการไม่พึงพอใจ
ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่คนไข้เลือกใช้บริการ ไม่ได้คำนึงแค่ราคา แต่เลือกที่ชื่อเสียงของแพทย์ ในส่วนของโรงพยาบาลปิยะเวทมั่นใจความสามารถแข่งขัน เพราะตั้งในย่านใจกลางเมือง ใกล้จุดเชื่อมต่อแอร์พอร์ตลิงค์ เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิสะดวก ปัจจุบันผู้ใช้บริการเป็นคนไทย 50% ต่างชาติ 50%
นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยันฮี มองว่าการแข่งขันของโรงพยาบาลในอนาคต คงเน้นเปิดศูนย์รักษาเฉพาะทางมากขึ้น เน้นศูนย์บริการเฉพาะทางที่โรงพยาบาลอื่นยังไม่มี เช่นที่ผ่านมาเพิ่งเปิดศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งทางนรีเวช หรือศูนย์จุดซ่อนเร้น เพื่อผู้หญิง ตอกย้ำจุดเด่นเป็นผู้นำศัลยกรรมความงามครบวงจร ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
อย่างไรก็ตาม นอกจากธุรกิจโรงพยาบาลจะรวมตัวกันในแนวราบ เข้าซื้อกิจการหรือเทกโอเวอร์โรงพยาบาลอื่น เพื่อลดต้นทุนใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสูงราคาแพงให้คุ้มค่า ใช้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างเครือข่ายส่งผู้ป่วยระหว่างกันแล้ว
การขยายธุรกิจในแนวดิ่งให้ครบวงจร ด้วยการเข้าซื้อธุรกิจเวชภัณฑ์มาดำเนินงานเอง เพื่อบริหารต้นทุนให้ต่ำ เช่น กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ ของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ เข้าซื้อโรงงานผลิตน้ำเกลือ โรงงานผลิตถุงมือยาง เมื่อเป็นเช่นนี้โรงพยาบาลเล็กทุนไม่หนา ไม่มีจุดเด่นบริการที่ชัดเจน คงยืนในธุรกิจลำบาก จึงต้องเร่งปรับตัวสร้างจุดขายให้ได้ เพื่อรักษาพื้นที่ยืนในธุรกิจต่อไป







