
วางเงินซื้อ‘ฟินันซ่าประกัน’
นักลงทุนดอดยื่นแผนร่วมทุนกับคปภ.คาดใช้เงินร่วมพันล้านฟื้นฟูกิจการ
นักลงทุนดอดยื่นแผนร่วมทุนกับคปภ.คาดใช้เงินร่วมพันล้านฟื้นฟูกิจการ
ฟินันซ่าประกันชีวิตส่อแววรอดตาย คปภ.เผยมีผู้สนใจร่วมทุน ยื่นข้อเสนอต่อบริษัทแล้ว
นายอำนาจ วงศ์พินิจวโรดม ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนาและวิเคราะห์ระบบการตรวจสอบ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ในฐานะกรรมการควบคุมบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีนักลงทุนที่สนใจเข้ามายื่นข้อเสนอการเพิ่มทุนของบริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต พร้อมกับวางเงินหลักประกันให้กับบริษัทไว้แล้ว
ทั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้นักลงทุนที่สนใจเข้าร่วมทุนกับบริษัทสามารถยื่นข้อเสนอมาให้คณะกรรมการควบคุมพิจารณาได้จนถึงวันที่ 29 พ.ค.นี้ ซึ่งคณะกรรมการควบคุมจะเปิดซองเพื่อพิจารณาข้อเสนอของผู้ร่วมทุนทุกรายต่อไป
สำหรับฐานะเงินกองทุนของบริษัทขณะนี้ได้ปรับตัวดีขึ้นมาเป็นลำดับ และยังคงมีนักลงทุนแสดงความสนใจเข้าลงทุนในบริษัทอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับทาง คปภ.ได้จัดหาบริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านการเงินให้ช่วยดำเนินการหาผู้ลงทุนให้แก่บริษัทอีกทางหนึ่งด้วย
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมต่อผู้สนใจลงทุนทุกราย คณะกรรมการควบคุมบริษัทจึงได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการรับข้อเสนอจากผู้สนใจลงทุนไว้ดังนี้ 1.ผู้ที่สนใจร่วมทุนต้องยื่นข้อเสนอพร้อมหลักประกันจำนวน 15 ล้านบาท โดยต้องระบุในข้อเสนอว่าจะยื่นเงื่อนไขตามข้อเสนอไว้ภายใน 60 วัน นับจากวันที่คณะกรรมการเปิดซองข้อเสนอและห้ามถอนไม่ว่ากรณีใด
2.ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีผู้ยื่นข้อเสนอรายแรก โดยให้ถือเป็นวันเริ่มต้นนับระยะเวลา คณะกรรมการควบคุมจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจรายอื่นเข้ามายื่นข้อเสนอเพิ่มได้ด้วย โดยต้องปฏิบัติตามข้อ 1
3.คณะกรรมการควบคุมจะเปิดซองข้อเสนอทั้งหมดเมื่อพ้น 30 วัน นับจากวันที่มีการยื่นข้อเสนอรายแรก และ 4.คณะกรรมการควบคุมจะพิจารณารับหรือไม่รับข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอรายใดก็ได้
นายสุจินต์ พงษ์ศักดิ์ ผู้จัดการและกรรมการควบคุม บริษัท ฟินันซ่าประกันชีวิต กล่าวว่า นักลงทุนที่สนใจจะต้องใช้เงินเข้ามาในบริษัทเบื้องต้นประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อให้เกณฑ์การดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยงหรืออาร์พีซีเพียงพอและกลับมาทำธุรกิจตามปกติได้ เนื่องจากขณะนี้บริษัทยังขาดทุนสะสมอยู่ประมาณ 600-700 ล้านบาท โดยนักลงทุนที่ยื่นข้อเสนอมาเป็นรายแรกนี้ก็เป็นนักลงทุนไทย
“ฐานะการเงินของบริษัทในปัจจุบันถือว่าดีขึ้นมาก โดยมีกำไรที่ไม่ได้คิดเป็นรายได้อยู่ประมาณ 400 ล้านบาท จากเงินลงทุนในหุ้น 500 ล้านบาท และยังมีกำไรจากเงินปันผลอีก 40-50 ล้านบาท ดังนั้น หากดูตัวเลขตอนนี้เท่ากับว่าบริษัทขาดทุนสะสมลดลงเหลือประมาณ 100200 เท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการคาดว่าจะได้ข้อสรุปของนักลงทุนรายใหม่ภายในปีนี้ และถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี” นายสุจินต์ กล่าว







