
ทิสโก้จุกเจอหนี้เน่า
“ทิสโก้” ส่งสัญญาณหนี้เสียรถเก่าปรับเพิ่ม ลูกค้าหันหารถใหม่ เอ็นพีแอลรถเก่าปรับตัวเล็กน้อย ลดวงเงินกู้ต่อรายป้องกันปัญหา
“ทิสโก้” ส่งสัญญาณหนี้เสียรถเก่าปรับเพิ่ม ลูกค้าหันหารถใหม่ เอ็นพีแอลรถเก่าปรับตัวเล็กน้อย ลดวงเงินกู้ต่อรายป้องกันปัญหา
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ขณะนี้คุณภาพลูกค้ารถใหม่ที่ใช้สิทธิรถคันแรกแทบไม่เป็นหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ตรงกันข้ามกับลูกค้ารถยนต์เก่าที่เริ่มมีสัญญาณเป็นปัญหา มีลูกค้าบางรายทิ้งรถเก่าซื้อรถใหม่ เพราะรถยนต์เก่าราคาตก ธนาคารจึงใช้วิธีปรับลดวงเงินกู้ต่อรายลง
“ตอนนี้รถเก่าราคาตก ธนาคารก็ให้สินเชื่อน้อยลง วางเงินดาวน์สูง เพื่อป้องกันปัญหา ตอนนี้รถเก่ามีประมาณ 1718% ของฐานสินเชื่อรวม ถ้ารถใหม่ราคาถูกลง คนจะไม่นิยมรถเก่า” นางอรนุช กล่าว
นางอรนุช กล่าวว่า ธนาคารปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ที่เข้าโครงการรถยนต์คันแรกประมาณ 67 หมื่นคัน หรือประมาณ 10% ของรถยนต์คันแรก 8 แสนคัน ขณะนี้ยังไม่มีการยึดรถแม้เพียงคันเดียว เพราะวางเงื่อนไขเงินดาวน์สูง เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้ามีรายได้เพียงพอต่อการผ่อนชำระ
สำหรับนโยบายการปล่อยสินเชื่อรายย่อยของธนาคาร จะเป็นสินเชื่อมีหลักประกัน ไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีปัญหาส่วนมากจะเริ่มต้นจากหนี้บัตรเครดิต โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตหลายใบ เพราะเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ฉะนั้นต้องดูหนี้บัตรเครดิตให้ดี
ทั้งนี้ เอ็นพีแอลไตรมาสแรกเมื่อคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1.2-1.3% แบ่งเป็น เป็นหนี้เสียในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย 1.5% และหนี้เสียในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจ 0.9% และหนี้เสียในกลุ่มสินเชื่อเอสเอ็มอี 0.2% ซึ่งหากพิจารณาจำนวนมูลหนี้เสียจะพบว่าปรับเพิ่มขึ้น 305 ล้านบาท เป็นการเพิ่มขึ้นในสินเชื่อรถยนต์เก่า และสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
นางอรนุช กล่าวว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ มีรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เท่ากับรายได้ค่านายหน้าปีที่ผ่านมาทั้งปี เป็นผลจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารมีรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตได้ดีในปีนี้
ไตรมาสแรกกลุ่มทิสโก้มีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลัก 2,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาถึง 779 ล้านบาท หรือ 59% เป็นการเติบโตในทุกภาคส่วนธุรกิจ ทั้งรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น 427 ล้านบาท หรือ 71% เป็น 1,029 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ โดยรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 185 ล้านบาท หรือ 104% เมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันปีที่ผ่านมา ตามมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้น
โพสต์ทูเดย์ “ทิสโก้” ส่งสัญญาณหนี้เสียรถเก่าปรับเพิ่ม ลูกค้าหันหารถใหม่ เอ็นพีแอลรถเก่าปรับตัวเล็กน้อย ลดวงเงินกู้ต่อรายป้องกันปัญหา
นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ขณะนี้คุณภาพลูกค้ารถใหม่ที่ใช้สิทธิ์รถคันแรกแทบไม่เป็นหนี้เสีย(เอ็นพีแอล) ตรงกันข้ามกับลูกค้ารถยนต์เก่าที่เริ่มมีสัญญาณเป็นปัญหา มีลูกค้าบางรายทิ้งรถเก่าซื้อรถใหม่ เพราะรถยนต์เก่าราคาตก ธนาคารจึงใช้วิธีปรับลดวงเงินกู้ต่อรายลง
“ตอนนี้รถเก่าราคาตก ธนาคารก็ให้สินเชื่อน้อยลง วางเงินดาวน์สูง เพื่อป้องกันปัญหา ตอนนี้รถเก่ามีประมาณ 1718% ของฐานสินเชื่อรวม ถ้ารถใหม่ราคาถูกลง คนจะไม่นิยมรถเก่า” นางอรนุช กล่าว
นางอรนุช กล่าวว่า ธนาคารปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ที่เข้าโครงการรถยนต์คันแรกประมาณ 67 หมื่นคัน หรือประมาณ 10% ของรถยนต์คันแรก 8 แสนคัน ขณะนี้ยังไม่มีการยึดรถแม้เพียงคันเดียว เพราะวางเงื่อนไขเงินดาวน์สูง เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้ามีรายได้เพียงพอต่อการผ่อนชำระ
สำหรับนโยบายการปล่อยสินเชื่อรายย่อยของธนาคาร จะเป็นสินเชื่อมีหลักประกัน ไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อไม่มีหลักประกัน ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีปัญหาส่วนมากจะเริ่มต้นจากหนี้บัตรเครดิต โดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิตหลายใบ เพราะเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน ฉะนั้นต้องดูหนี้บัตรเครดิตให้ดี
ทั้งนี้เอ็นพีแอลไตรมาสแรกเมื่อคิดเป็นเปอร์เซนต์ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 1.2-1.3% แบ่งเป็น เป็นหนี้เสียในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย 1.5% และหนี้เสียในกลุ่มสินเชื่อธุรกิจ 0.9% และหนี้เสียในกลุ่มสินเชื่อเอสเอ็มอี 0.2% ซึ่งหากพิจารณาจำนวนมูลหนี้เสียจะพบว่าปรับเพิ่มขึ้น 305 ล้านบาท เป็นการเพิ่มขึ้นในสินเชื่อรถยนต์เก่า และสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย
นางอรนุช กล่าวว่า ในช่วง 4 เดือนแรกของปี บริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ มีรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เท่ากับรายได้ค่านายหน้าปีที่ผ่านมาทั้งปี เป็นผลจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารมีรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตได้ดีในปีนี้
ไตรมาสแรกกลุ่มทิสโก้มีรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลัก 2,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมาถึง 779 ล้านบาท หรือ 59% เป็นการเติบโตในทุกภาคส่วนธุรกิจ ทั้งรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์เพิ่มขึ้น 427 ล้านบาท หรือ 71% เป็น 1,029 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์ โดยรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น 185 ล้านบาท หรือ 104% เมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันปีที่ผ่านมา ตามมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่เพิ่มขึ้น







